ปรับปรุงล่าสุด:
ถ้าคุณเคยติดตามตลาดมาสักพัก คุณจะรู้ว่าปัญหาใหญ่ของโลกบล็อกเชนคือการที่แต่ละเครือข่ายคุยกันไม่รู้เรื่อง สำหรับฉันที่โตมากับความล้มเหลวของระบบการเงินแบบเก่า ฉันมองว่าการทำให้เงินและแอปพลิเคชันเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระคือหัวใจสำคัญ และนั่นคือสิ่งที่ Aurora พยายามทำ
Aurora คือโซลูชันที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างระบบนิเวศของ Ethereum และ NEAR blockchain โดยปกติแล้ว NEAR จะใช้ภาษาโปรแกรมที่ต่างออกไป แต่ Aurora ทำให้เหล่านักพัฒนาสามารถนำ Smart Contracts ที่เขียนด้วยภาษา Solidity ของ Ethereum มาใช้งานบน NEAR ได้เลย โดยไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมด ซึ่งในมุมมองของฉัน สิ่งนี้ช่วยลดกำแพงในการย้ายค่ายของ dApps ได้อย่างมาก
นอกจากนี้ Aurora ยังแก้ปัญหาเรื่องสินทรัพย์กระจัดกระจายผ่าน Rainbow Bridge ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ผู้ใช้ย้ายเหรียญ รวมถึง ERC-20 tokens ระหว่าง Ethereum, NEAR และ Aurora ได้อย่างสะดวก และเพื่อให้เหล่านักพัฒนาไม่รู้สึกแปลกที่ Aurora จึงใช้ ETH เป็นเหรียญพื้นฐานเพื่อให้เครื่องมือและประสบการณ์การใช้งานยังคงเหมือนเดิม
ส่วนเรื่องการควบคุม โปรโตคอลนี้บริหารโดย AuroraDAO ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน โดยเหรียญ AURORA ทำหน้าที่เป็น Governance token สำหรับใช้โหวตและจัดการการอัปเกรดระบบ
ตอนนี้ Aurora อยู่ในอันดับที่ 425 ของตลาด โดยราคาเทรดอยู่ที่ 0.22887494 ดอลลาร์ และมีมูลค่าตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 106,269,663.62 ดอลลาร์ สิ่งที่น่าสนใจคือในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาพุ่งขึ้นถึง 20.73% ด้วยวอลลุ่มการเทรด 2,471,648.94 ดอลลาร์
ถ้าดูเรื่อง Supply จะเห็นว่ามีเหรียญหมุนเวียนอยู่ในระบบ 464,313,234 AURORA จากจำนวนทั้งหมด 999,936,315 เหรียญ และมีเพดานสูงสุดที่ 1,000,000,000 เหรียญ เนื่องจากเหรียญจำนวนมากยังไม่ถูกปล่อยออกมา ทำให้มูลค่าตลาดแบบ Fully Diluted (FDV) สูงถึง 228,874,940.11 ดอลลาร์
ผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างผสมผสาน ในรอบ 7 วันราคาบวกขึ้น 4.28% แต่ถ้ามองระยะยาวจะเห็นว่ายังเหนื่อยอยู่ โดย 30 วันที่ผ่านมาลบไป 9.31% และ 90 วันลบไป 13.40%
Aurora ทำงานเป็นเลเยอร์ที่รองรับ Ethereum Virtual Machine (EVM) บน NEAR Protocol ซึ่ง EVM คือสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์ที่ใช้รัน Smart Contracts ของ Ethereum เมื่อนำมาวางบน NEAR จึงทำให้นักพัฒนาใช้เครื่องมือที่คุ้นเคยอย่าง Hardhat และ MetaMask ได้ทันที
สิ่งที่ฉันคิดว่าน่าสนใจใน Roadmap ตอนนี้คือ "Network of Virtual Chains" ซึ่งเป็นเชนที่ปรับแต่งได้และรองรับ EVM โดยรันเป็น Smart Contracts บน NEAR นักพัฒนาสามารถสร้างเชนของตัวเองผ่าน Aurora Cloud ได้ในเวลาเพียง 30 วินาที โดยมีความเร็วบล็อกเฉลี่ย 0.6 วินาที ยืนยันธุรกรรมใน 1.2 วินาที และค่าธรรมเนียมถูกมากเพียงประมาณ 0.02 ดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่นที่ช่วยให้ระบบสมบูรณ์ขึ้น เช่น:
ทีมนำของ Aurora นำโดย Dr. Alex Shevchenko (CEO) และ Arto Bendiken (CTO) โดยมี Joshua J. Bouw ผู้ที่ได้ฉายาว่า "The Godfather of Proof of Stake" คอยคุมทีม Engine
จากที่ฉันตามดู ความเห็นต่อ Aurora ค่อนข้างแตกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือการเติบโตอย่างเป็นทางการที่เน้นเรื่องเทคโนโลยี "Intents" และการเปิดตัว COCA 3.0 ที่นำบัญชีธนาคาร EUR และโครงสร้างพื้นฐาน Self-custody มาใช้
ในกลุ่มผู้ใช้งานมีความตื่นเต้นเวลาเห็นเหรียญถูกลิสต์ในแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง Revolut, ChangeHero หรือ FinchPay โดยเฉพาะ FinchPay ที่ทำให้การซื้อ AURORA ด้วยบัตรธนาคารง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการดึงดูดกลุ่มผู้ใช้รายย่อยได้ดี และการจับมือกับ LetsExchange ก็ช่วยลดความยุ่งยากในการสลับเหรียญระหว่างเวอร์ชัน Native และ ERC-20
แต่ในทางกลับกัน ก็มีกระแส Bearish ที่รุนแรงจากบางกลุ่มที่มองว่าเหรียญ AURORA และ Aurora DAO "ตายแล้ว" หรือ "ไม่มีอำนาจจริง" มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความล้มเหลวของ Calyx รวมถึงการใช้เงินของ DAO และการจัดการชุมชนในปี 2023 บางคนถึงขั้นเปรียบเทียบว่าระบบนิเวศของ NEAR ดูไม่เป็นธรรมชาติเท่ากับชุมชนของ ICP
สำหรับคนที่อยู่ในประเทศไทย มีตัวเลือกที่น่าสนใจหลายแห่งที่ฉันแนะนำตามความเหมาะสมของการใช้งาน:
หากคุณเน้นความคุ้มค่าและต้องการค่าธรรมเนียมที่ถูกที่สุด ฉันแนะนำ MEXC เพราะที่นี่คิดค่า Maker fee 0% สำหรับ Spot trade และมีเหรียญให้เลือกเทรดเยอะมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดต้นทุนในการเทรด
ถ้าคุณชอบความคล่องตัวและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย Bybit เป็นตัวเลือกที่ดีมาก มีสภาพคล่องสูงและมักจะติดอันดับเหรียญที่ทำกำไรได้ดีในตลาดบ่อยๆ
สำหรับสาย Privacy ที่ไม่อยากลงทะเบียนหรือทำ KYC ให้ยุ่งยาก StealthEX คือคำตอบ เพราะเป็นบริการ Instant swap แบบ non-custodial ที่ให้คุณแลกเหรียญได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดบัญชี
โอกาสของ AURORA อยู่ที่ความสามารถในการดึงนักพัฒนาจาก Ethereum ให้ย้ายมาที่ NEAR ซึ่งแนวคิด "Virtual Chains" คือข้อได้เปรียบทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง เพราะมันทำให้การสร้างบล็อกเชนของตัวเองเป็นเรื่องง่าย ถ้าโครงการนี้ดึง dApps มาได้จำนวนมากผ่าน EVM และเทคโนโลยี Intents ความต้องการเหรียญ Governance ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
แต่ความเสี่ยงที่ฉันกังวลคือเรื่อง Tokenomics และการบริหารจัดการ เหรียญจำนวนมากถึง 48% ถูกถือโดย AuroraDAO และอีก 20% อยู่ในคลังชุมชน สิ่งนี้สร้างแรงกดดันในการขายมหาศาลหากมีการปล่อยเหรียญออกมาไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ความแตกแยกในชุมชนและเสียงวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพของ DAO อาจเป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตในระยะยาว
สินทรัพย์นี้เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เชื่อในเรื่อง "Cross-chain" และมองว่า NEAR สามารถสู้กับ Layer 1 เจ้าอื่นได้ ส่วนคนที่เน้นเก็งกำไรระยะสั้นอาจจะชอบความผันผวนของมัน แต่ถ้าจะถือยาว คุณต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความล้ำของเทคโนโลยี กับปัญหาการเมืองภายในของ DAO ให้ดี
นี่ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตัวเอง (DYOR) ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
Aurora สร้างขึ้นบนบล็อกเชนอะไร?
สร้างบน NEAR Protocol โดยทำหน้าที่เป็นเลเยอร์ที่รองรับ Ethereum ทำให้รัน Solidity smart contracts บนโครงสร้างของ NEAR ได้
ใครเป็นคนสร้าง Aurora?
นำโดย Aurora Labs โดยมีตัวหลักคือ CEO Dr. Alex Shevchenko, CTO Arto Bendiken และ Joshua J. Bouw
Aurora แตกต่างจาก Bridge ทั่วไปอย่างไร?
Bridge ทั่วไปแค่ย้ายสินทรัพย์ แต่ Aurora ให้สภาพแวดล้อม EVM แบบเต็มตัว หมายความว่า dApps ของ Ethereum สามารถทำงานบน NEAR ได้เลยโดยไม่ต้องแก้โค้ด
AURORA เป็นเหรียญ Governance ใช่หรือไม่?
ใช่ AURORA ใช้สำหรับโหวตและจัดการการอัปเกรดโปรโตคอล โดยบริหารจัดการผ่าน AuroraDAO
Wallet ไหนที่รองรับ Aurora?
แนะนำให้ใช้ MetaMask เพราะรองรับ EVM และยังมี Aurora Pass ที่ช่วยให้ทำธุรกรรมบนเครือข่าย Aurora ได้ฟรี
ความเสี่ยงและแนวโน้มของ Aurora เป็นอย่างไร?
ความเสี่ยงทางเทคนิคคือความซับซ้อนในการรักษา EVM ให้เสถียรบนเชนที่ไม่ใช่ EVM หาก Rainbow Bridge หรือเลเยอร์การรันมีช่องโหว่ อาจทำให้สูญเสียเงินจำนวนมากได้ ในเชิงการแข่งขัน Aurora ต้องสู้กับ Layer 2 เจ้าดังอย่าง Arbitrum หรือ Optimism ซึ่งต้องรอดูว่านักพัฒนาจะชอบแนวทางของ Aurora มากกว่าหรือไม่
ส่วนแนวโน้มระยะสั้น ราคาเริ่มฟื้นตัวเห็นได้จากที่พุ่งขึ้น 20.73% ใน 24 ชั่วโมง แต่ภาพรวม 90 วันยังเป็นลบ สิ่งสำคัญคือโครงการต้องเปลี่ยนจากแค่ "ข่าวการลิสต์เหรียญ" ให้เป็นการเติบโตของผู้ใช้และการนำ Virtual Chains ไปใช้งานจริงให้ได้
การที่ JPMorgan และ Ripple ย้ายการชำระดุลพันธบัตรรัฐบาลมาไว้บน XRP Ledger คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำ tokenization…
วอลลุ่มการซื้อขาย Stablecoin พุ่งสูงขึ้นในขณะที่การเทรด Derivatives ลดลง…
การที่ MoonPay ทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์ซื้อ DFlow คือการเดิมพันครั้งใหญ่กับอนาคตของ Solana ในฐานะเครือข่ายการเทรดชั้นนำ…
การที่ Western Union เลือกใช้ Solana…
AURORA
อันดับ
#767
$0.03