ตอนนี้ตลาดอยู่ในสภาวะที่ย้อนแย้งกันสุดๆ ด้านหนึ่ง Market Cap รวมลดลงเหลือ 2.58 ล้านล้านดอลลาร์ และดัชนี CMC100 ก็ร่วงหนักกว่าเหรียญ Top 20 ซึ่งบอกผมว่าพวกเหรียญตัวเล็กกำลังโดนทุบยับ แต่ในขณะเดียวกัน วอลลุ่มอนุพันธ์กลับพุ่งขึ้นกว่า 86% แสดงว่ารายใหญ่กำลังวางหมากอะไรบางอย่าง และท่ามกลางความผันผวนนี้ Circle Ventures กลับเลือกซื้อเหรียญ AAVE อย่างชัดเจน ถ้าเรามองการที่ Circle และ Aave ร่วมมือกันผ่านมุมมองกลยุทธ์ของสถาบัน นี่ไม่ใช่แค่การเทรดสุ่มๆ แต่มันคือสัญญาณชัดเจนว่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการ Stablecoin เชื่อในอนาคตของการกู้ยืมแบบไร้ตัวกลาง
สำหรับใครที่ไม่ได้ตาม DeFi แบบเจาะลึก ให้คิดซะว่า Aave คือธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโต ที่ให้คนฝากกู้สินทรัพย์ได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ส่วน Circle ซึ่งเป็นผู้ออก USDC ไม่ใช่นักเทรดรายย่อยที่มาเก็งกำไรตามกระแส แต่พวกเขาคือขาใหญ่ระดับสถาบัน
การซื้อ AAVE ครั้งนี้คือการเดิมพันกับโครงสร้างพื้นฐานของ "เศรษฐกิจบนเชน" ผมตามตลาดคริปโตมาตั้งแต่ปี 2019 และเห็นโปรเจกต์ที่ขายฝันแล้วเจ๊งมาเยอะ แต่ Aave รอดมาจากวิกฤตและปัญหาหนี้เสียได้หลายรอบ การที่ Circle เข้ามาซื้อในช่วงที่ตลาดเป็นขาลงแบบนี้ แสดงว่าเขามองเห็นโอกาสทางกลยุทธ์ เขาไม่ได้อยากแค่ถือ Stablecoin แต่ต้องการมีส่วนร่วมในโปรโตคอลที่ Stablecoin เหล่านั้นถูกนำไปใช้สร้างผลตอบแทนจริงๆ
ข่าวส่วนใหญ่ของ Aave ช่วงนี้มักจะพูดถึงเรื่องความเสี่ยงและการจัดการหนี้เสีย ซึ่งนั่นคือมุมมองแบบ "doom-scrolling" หรือการจมอยู่กับข่าวร้าย แต่เรื่องจริงที่น่าสนใจคือแรงซื้อจากฝั่งสถาบัน
ผมมองว่านี่คือเรื่องของความน่าเชื่อถือ พอหน่วยงานที่ถูกกำกับดูแลอย่าง Circle เข้ามาสนับสนุน มันช่วยลด "ความกลัว" ให้กับนักลงทุนสถาบันรายอื่นๆ เรากำลังเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน คือรายย่อยกำลังตระหนก แต่ "เงินฉลาด" (Smart Money) กำลังเก็บของ การที่ BTC Dominance ทรงตัวอยู่ที่ 60% ยิ่งย้ำว่าเงินกำลังไหลออกจากเหรียญปั่นไปสู่สินทรัพย์ที่มีการใช้งานจริง ซึ่ง Aave มีจุดนี้ เพราะมันคือกระดูกสันหลังของการกู้ยืมใน DeFi
ผมไม่ใช่พวกกระทิงตลอดกาล (Permabull) ต่อให้ Circle จะซื้อ แต่ผมก็ยังมีข้อกังวล ตลาดตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยอนุพันธ์ โดยมีวอลลุ่ม 24 ชั่วโมงสูงถึง 822 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายถึง Leverage ที่สูงมาก ถ้าเกิดเหตุการณ์ล้างพอร์ตครั้งใหญ่ ต่อให้โปรโตคอลจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็โดนผลกระทบได้
และผมยังนึกถึงเรื่อง "หนี้เสีย" ที่รบกวน DeFi มาพักใหญ่ แม้การลงทุนของ Circle จะเป็นคะแนนความเชื่อมั่น แต่มันไม่ได้ลบความเสี่ยงเชิงระบบของเงินกู้ที่วางหลักประกันเกินตัว (Over-collateralized) เวลาที่ราคาดิ่งเหว ผมนับถือความอึดของทีม Aave นะ แต่ Tokenomics ของโปรโตคอลพวกนี้ก็ยังมีความผันผวนอยู่ดี
ถ้าคุณคิดจะเดินตามรอย Circle และสะสมสินทรัพย์เพื่อระยะยาว สิ่งที่ต้องทำคือจัดการเรื่องความปลอดภัยให้ดี ผมเห็นคนจำนวนมากทิ้งเหรียญไว้ใน Exchange แล้วต้องมานั่งเครียดตอนที่ถอนเงินไม่ได้ในช่วงตลาดล่ม
ถ้าคุณถือ AAVE หรือ ETH จำนวนมาก ผมแนะนำให้ใช้ Hardware Wallet ผมใช้ Ledger Nano Gen5 เพราะรุ่นนี้มีหน้าจอ E Ink และราคาเข้าถึงง่ายที่ประมาณ 99 ดอลลาร์ มันเป็นวิธีง่ายๆ ในการเก็บ Private Key ไว้แบบออฟไลน์และเลี่ยงความเสี่ยงจากการโดนแฮ็ก Exchange
ตอนนี้ตลาดวุ่นวายและย้อนแย้งมาก Sentiment อยู่ในระดับกลางๆ (Fear & Greed อยู่ที่ 43) แต่วอลลุ่มอนุพันธ์กลับพุ่งกระฉูด ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ผมจะมองหา "การซื้อด้วยความมั่นใจ" (Conviction buys)
การที่ Circle ซื้อ AAVE คือการซื้อด้วยความมั่นใจ มันบอกผมว่าแผนที่ของสถาบันในโลก DeFi คือการรวม Stablecoin เข้ากับตลาดกู้ยืมอย่างแนบแน่น แม้กราฟของเหรียญ Altcoin ตอนนี้จะดูแย่ แต่แรงหนุนเชิงโครงสร้างจากบริษัทอย่าง Circle คือสัญญาณที่ผมมองหา ก่อนที่จะเลิกกังวลกับแท่งเทียนสีแดงในแต่ละวัน
Sigrid Voss
นักวิเคราะห์และนักเขียนด้านคริปโตเคอร์เรนซี ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องแนวโน้มตลาด กลยุทธ์การซื้อขาย และเทคโนโลยีบล็อกเชน

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คือความเสี่ยงใหญ่ที่อาจหยุดการพุ่งขึ้นของราคาคริปโต…
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังวางแผนจัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin เชิงกลยุทธ์…
Bitcoin dominance พุ่งทะลุ 60% สะท้อนให้เห็นว่าเงินไหลกลับเข้าหาพี่ใหญ่ และทิ้งให้ altcoins…
ระบบ "Agentic Trading" ใหม่ของ Gemini ที่ใช้บอท AI ช่วยเทรดในบัญชีของคุณ อาจฟังดูเหมือนทางลัดสู่กำไรอัตโนมัติ แต่จริงๆ…