ภาพรวมตลาด

ภาพรวมตลาดสกุลเงินดิจิทัลประจำวัน, การวิเคราะห์แนวโน้ม และอัปเดตสำคัญจากทีมบรรณาธิการของเรา

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | ตลาดดิ่งหนักเพราะโดนล้างพอร์ตระนาว | 4 มิถุนายน 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | ตลาดดิ่งหนักเพราะโดนล้างพอร์ตระนาว | 4 มิถุนายน 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังอยู่ในสภาวะดิ่งเหวเลยค่ะ มูลค่าตลาดรวม (Market Cap) ลดลงเหลือ 2.26 ล้านล้านดอลลาร์ หรือหายไป 6.32% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สิ่งที่น่ากลัวคือวอลลุ่มการซื้อขายพุ่งขึ้นไปถึง 4.06 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งในประสบการณ์ของฉัน การที่ราคาลงแรงพร้อมวอลลุ่มพุ่งแบบนี้มักหมายถึงการเทขายอย่างบ้าคลั่งและความผันผวนที่รุนแรง ส่วนดัชนี Fear and Greed ร่วงลงไปอยู่ที่ 18 หรือระดับ "กลัวสุดขีด" (Extreme Fear) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงยอมแพ้ (Capitulation) หรือไม่ก็เป็นการปรับฐานครั้งใหญ่

ฉันสังเกตเห็นความไม่สมดุลอย่างมากระหว่างการเทรดแบบ Spot และ Derivatives ค่ะ ในขณะที่วอลลุ่ม Spot ลดลง แต่วอลลุ่มในตลาดอนุพันธ์กลับพุ่งขึ้นไปอยู่ระหว่าง 1.18 ถึง 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าการลงครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการใช้ Leverage หรือการกู้มาเทรดมากกว่าการขายสินทรัพย์จริง ส่วน Bitcoin dominance ยังคงสูงอยู่ที่ 55.43% แม้จะลดลงเล็กน้อย ซึ่งบอกเราว่าถึงแม้เหรียญทางเลือก (Altcoins) จะร่วง แต่ก็ไม่ได้ทำผลงานได้ดีไปกว่า BTC เลย

ดูเหมือนว่าเงินทุนจะเริ่มไหลออกไปพักที่ Stablecoin มากขึ้น โดย USDT และ USDC มี dominance อยู่ที่ 11.69% นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจมหภาคก็กดดันสินทรัพย์เสี่ยงด้วย เพราะทั้ง S&P 500 และ NASDAQ ปิดในแดนลบ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและคริปโตกำลังอยู่ในโหมด "หลีกเลี่ยงความเสี่ยง" (Risk-off)

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin เทรดอยู่ที่ 62,369.23 ดอลลาร์ ร่วงลง 7.06% ใน 24 ชั่วโมง ตอนนี้แรงส่งของราคากำลังหายไป และค่าความผันผวน (Implied Volatility) พุ่งสูงถึง 54.99% ที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือเงินทุนจากสถาบันไหลออก โดย BTC, ETH, SOL และ XRP ETF สูญเสียเงินไปรวมกันถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 13 เซสชันที่ผ่านมา

ส่วน Ethereum เจอแรงกดดันหนักกว่า โดยร่วงลง 7.82% มาอยู่ที่ 1,733.11 ดอลลาร์ กิจกรรมบนเครือข่ายนิ่งสนิทอย่างเห็นได้ชัด ค่า Gas ลดลงมาเหลือเพียง 0.63 ถึง 0.89 Gwei ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานลดลงอย่างมากในช่วงที่ตลาดถล่ม ค่าความผันผวนของ ETH พุ่งไปถึง 68.24% ซึ่งสูงกว่า BTC มาก ยิ่งตอกย้ำว่าเหรียญเบอร์สองของโลกตอนนี้ไม่มีเสถียรภาพเอาเสียเลย

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

ตลาดแดงเถือกแทบทุกตัวค่ะ Bitcoin อยู่ที่ 62,369.23 ดอลลาร์ (-7.06%) และ Ethereum อยู่ที่ 1,733.11 ดอลลาร์ (-7.82%) ส่วน BNB ร่วง 8.24% ลงมาที่ 588.95 ดอลลาร์ และ XRP ลง 6.97% อยู่ที่ 1.15 ดอลลาร์

Solana ปรับฐานรุนแรงกว่าเพื่อน ร่วง 9.31% เหลือ 68.29 ดอลลาร์ และ Hyperliquid ก็ลง 9.50% อยู่ที่ 65.72 ดอลลาร์ มีเพียง TRON ที่ดูแข็งแกร่งกว่าตัวอื่น โดยลดลงเพียง 1.64% มาอยู่ที่ 0.3265 ดอลลาร์

ข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

การเคลื่อนไหวของสถาบันให้ภาพที่ผสมผสานกันค่ะ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่ากระทรวงกำลังดำเนินการจัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ แม้ว่านี่จะเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว แต่ในระยะสั้นมันไม่ได้ช่วยพยุงราคาให้หยุดเลือดไหลได้เลย เช่นเดียวกับ Julian Sawyer CEO ของ Zodia Custody ที่ชี้ว่าธนาคารต่างๆ จะต้องถือสินทรัพย์ดิจิทัลในเร็วๆ นี้ และธนาคารดั้งเดิมกำลังกว้านซื้อแพลตฟอร์มเพื่อเอาเทคโนโลยีระดับธนาคารมาใช้

เรื่องนี้สอดคล้องกับเทรนด์การยอมรับจากสถาบันและการนำสินทรัพย์ดั้งเดิมมาไว้บนเชน ซึ่งฉันเคยเขียนวิเคราะห์ไว้ในเรื่อง ผลกระทบของการทำ Tokenization ของธนาคาร และ คำอธิบายเรื่องหุ้น Tokenized ซึ่งอธิบายว่ากฎระเบียบที่เปลี่ยนไปช่วยให้หลักทรัพย์ดั้งเดิมซื้อขายบนบล็อกเชนได้ยังไง

แต่ในระยะสั้น เงินทุนกำลังไหลออกจากคริปโตค่ะ SpaceX กำลังเล็งจะ IPO ด้วยมูลค่าสถิติ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจดึงเงินจากสาย Risk Capital ออกจากตลาดดิจิทัล นอกจากนี้ DOJ และ CFTC กำลังตรวจสอบ George Santos เรื่องการปั่นตลาดผ่านการเทรด Kalshi ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนด้านกฎหมายและทำให้บรรยากาศในตลาดแย่ลงไปอีก

ข้อมูลจากโซเชียลและ On-chain

ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นความเครียดของรายใหญ่ค่ะ ตามรายงานของ @lookonchain พบว่า Wallet ของ Mt. Gox ได้โอน 116.3 BTC เข้า Bitstamp ซึ่งเป็นการตอกย้ำแรงขายจากเหรียญเก่าที่ยังคงมีอยู่

ในฝั่ง Ethereum มีความผันผวนรุนแรงในการบริหารคลังเงิน โดย FG Nexus บริษัทในตลาด Nasdaq รายงานว่าขาดทุนกว่า 85 ล้านดอลลาร์จากกลยุทธ์ถือ ETH โดยซื้อ 50,770 ETH ที่ราคาเฉลี่ย 3,860 ดอลลาร์ และขายส่วนใหญ่ออกไปที่ 2,330 ดอลลาร์ การขาดทุนมหาศาลนี้เตือนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้ ETH เป็นสินทรัพย์สำรองหลักในช่วงตลาดขาลง

แต่ก็มีวาฬบางตัวที่ใช้จังหวะนี้ช้อนซื้อค่ะ วาฬที่ชื่อว่า 7 Siblings กู้ 10 ล้าน USDT จาก Spark เพื่อมาซื้อ 5,589 ETH ที่ราคา 1,789 ดอลลาร์ สิ่งนี้บอกเราว่าในขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังตื่นตระหนก เทรดเดอร์รายใหญ่บางคนกลับมองว่าระดับราคานี้คือโอกาส

ไอเดียการเทรดที่น่าจับตา

สำหรับสาย Bullish ของ Bitcoin ให้โฟกัสที่โซนกลับตัวระหว่าง 66,340 ถึง 66,980 ดอลลาร์ บทวิเคราะห์ชี้ว่า BTC กำลังทำ Wave 4 Zigzag correction ถ้าราคากระเด้งจากแนวรับนี้ เป้าหมายแรกคือโซนล้าง Short ที่ 67,550 ถึง 68,560 ดอลลาร์ และเป้าหมายรองที่ 68,667 ดอลลาร์ โดยแนะนำให้ตั้ง Stop loss ที่ 65,377 ดอลลาร์เพื่อคุมความเสี่ยง

แต่ถ้ามองแบบระมัดระวังในระยะยาว ฉันคิดว่า Bitcoin อาจจะยังไม่เจอจุดต่ำสุด รูปแบบตลาดหมีในอดีตมักจะมีการย่อลึกต่ำกว่าระดับ 0.786 Fibonacci ตามทฤษฎีรอบวัฏจักร อาจมีการทุบส่งท้ายอีกครั้งก่อนจะสร้างฐานที่แท้จริง เพราะรอบก่อนๆ มักใช้เวลาประมาณหนึ่งปีนับจากจุดสูงสุดกว่าจะถึงจุดต่ำสุด

ส่วน Solana เริ่มมีสัญญาณขาลงต่อเนื่อง โดยราคากำลังทำ Lower High และแนวรับที่ 75 ดอลลาร์คือด่านสุดท้าย ถ้าปิดต่ำกว่า 75 ดอลลาร์ได้ อาจจะไหลลงไปถึงโซน 40 ถึง 45 ดอลลาร์ หรืออาจจะลงไปถึงโซน Demand ที่ 20 ถึง 25 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดที่รับอยู่ตั้งแต่ปี 2023

สัญญาณจาก Smart Money — Hyperliquid Leaderboard

เทรดเดอร์ระดับท็อปใน Hyperliquid กำลังเดิมพันสวนทางกันในความผันผวนนี้ค่ะ เทรดเดอร์ที่มี ROI 30 วันสูงถึง 386% เปิดสถานะ Short BTC ที่ราคา 60,877 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่ากว่า 304,000 ดอลลาร์ ซึ่งแสดงว่าเขามองว่าการปรับฐานครั้งนี้ยังมีช่องว่างให้ลงได้อีก

ในทางกลับกัน เทรดเดอร์ระดับท็อปอีกคนกลับเปิด Long HYPE ที่ 68.307 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าประมาณ 100,000 ดอลลาร์ และระดับความมั่นใจ 70% การเคลื่อนไหวนี้โดดเด่นมากเพราะ Hyperliquid เป็นหมวด ETF คริปโตเพียงไม่กี่ตัวที่ยังมีเงินไหลเข้าสุทธิแม้ตลาดโดยรวมจะถล่ม

สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

จุดสำคัญที่สุดตอนนี้คือ Bitcoin จะรักษาแนวรับปัจจุบันได้ไหม หรือจะเกิดการ "ทุบส่งท้าย" ตามที่นักวิเคราะห์ Fibonacci คาดการณ์ไว้ การที่เงินไหลออกจาก ETF ถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์บ่งบอกว่าสถาบันเริ่มหมดความอยากได้ ซึ่งอาจทำให้ราคาไหลลงต่อถ้าไม่มีผู้ซื้อรายใหม่เข้ามา

ให้จับตาดูความคืบหน้าเรื่องทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ เพราะถ้ามีแผนการซื้อจริง อาจเป็นสภาพคล่องที่ช่วยเปลี่ยนเทรนด์ได้ นอกจากนี้การ IPO ของ SpaceX จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าเงินทุนสายเสี่ยงกำลังย้ายออกจากคริปโตไปสู่ตลาดหุ้นเติบโตสูงอย่างถาวรหรือไม่ จนกว่าดัชนี Fear and Greed จะหลุดจากโซน Extreme Fear ตลาดก็ยังคงเปราะบางต่อการตื่นตระหนกขายได้ทุกเมื่อค่ะ

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | ตลาดโดนล้างพอร์ตหนักจาก Leverage | 3 มิถุนายน 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | ตลาดโดนล้างพอร์ตหนักจาก Leverage | 3 มิถุนายน 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตอยู่ในเทรนด์ขาลงแบบเต็มตัวค่ะ Market Cap รวมร่วงลงมาอยู่ที่ 2.32 ล้านล้านดอลลาร์ หรือลดลงประมาณ 2.83% ถึง 2.96% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือในขณะที่ราคากำลังดิ่ง Volume การเทรดกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 35% แตะระดับ 1.51 แสนล้านดอลลาร์ ในมุมมองของฉัน การที่ราคาลดลงแต่ Volume เพิ่มขึ้นแบบนี้ มักจะเป็นสัญญาณของการเกิด "Flush out" หรือการล้างพอร์ตของคนที่เปิด Leverage ไว้จนโดนบังคับปิดสถานะนั่นเอง

จุดที่น่ากังวลที่สุดคือช่องว่างระหว่างการเทรด Spot กับ Derivatives ค่ะ Volume ในฝั่ง Derivatives สูงถึง 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า Spot เกือบ 8 เท่า สิ่งนี้บอกฉันว่าราคาที่เคลื่อนไหวตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรและ Leverage มากกว่าการเข้าซื้อสะสมสินทรัพย์จริงๆ นอกจากนี้ Volume ของ Stablecoin ที่พุ่งขึ้นไปถึง 1.52 แสนล้านดอลลาร์ ยิ่งย้ำว่าเทรดเดอร์กำลังรีบเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงหรือเตรียมรับมือกับความผันผวนที่กำลังจะตามมา

ด้านความเชื่อมั่นในตลาดตอนนี้เรียกได้ว่ากลัวกันสุดๆ โดย Fear and Greed Index อยู่ที่ 26 ซึ่งตกอยู่ในโซน "Fear" อย่างเต็มตัว แต่ถึงจะเทขายกันยับ Bitcoin dominance ยังคงนิ่งอยู่ที่ 57.98% ถึง 58.00% ส่วน Altcoin Season Index อยู่ในระดับกลางๆ ที่ 52 ถึง 53 หมายความว่าตอนนี้ไม่มีใครชนะใคร ทั้งเหรียญพี่ใหญ่และเหรียญทางเลือกต่างก็โดนลากลงมาด้วยกันหมด

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin เทรดอยู่ที่ 67,132.09 ดอลลาร์ ลดลง 3.47% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันเห็นได้ชัดว่า BTC กำลังโดนกดดันจากสภาพแวดล้อมที่มี Leverage สูง โดยมี Implied Volatility อยู่ที่ 45.17% การร่วงครั้งนี้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดที่ Derivatives คุมเกม ซึ่งทำให้ฉันคิดว่าการย่อตัวรอบนี้เป็นการล้าง Long มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนพื้นฐานของมูลค่าเหรียญ

ส่วน Ethereum อาการหนักกว่า ร่วงลง 5.02% มาอยู่ที่ 1,880.11 ดอลลาร์ สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจคือสถานะของเครือข่ายที่เงียบเหงามาก ค่า Gas ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 0.13 ถึง 0.27 Gwei ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้งานจริงและกิจกรรมใน DeFi ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แถม Implied Volatility ของ ETH ยังสูงถึง 57.93% ซึ่งสูงกว่า Bitcoin เสียอีก ยิ่งตอกย้ำความไม่แน่นอนของเหรียญเบอร์สองในตอนนี้

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

ตลาดโดยรวมยังหืดขึ้นคอค่ะ ดัชนี CMC20 และ CMC100 ร่วงลงระหว่าง 3.37% ถึง 3.48% โดย BNB ร่วง 5.56% ลงมาที่ 640.86 ดอลลาร์ และ Solana ลดลง 4.90% อยู่ที่ 75.31 ดอลลาร์ ส่วน XRP และ TRON ร่วงน้อยกว่าเพื่อนที่ 1.86% และ 2.50% ตามลำดับ

แต่มีตัวที่สวนกระแสอย่าง Hyperliquid ที่บวกได้ 1.10% เทรดอยู่ที่ 72.51 ดอลลาร์ การที่ราคาวิ่งสวนทางแบบนี้ทำให้ฉันเห็นว่ามีเทรดเดอร์บางกลุ่มเริ่มย้ายเงินเข้าหาโปรโตคอลที่ประสิทธิภาพสูง แม้ว่าเหรียญหลักๆ จะกำลังเลือดไหลก็ตาม

ข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหมีในวันนี้คือแรงกดดันด้านกฎระเบียบค่ะ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโตของอิหร่าน 4 แห่ง รวมถึง Nobitex ภายใต้แคมเปญ Economic Fury เพื่อตอบโต้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อรักษ์ และมีการยึดคริปโตจากวอลเล็ตของอิหร่านเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ เรื่องนี้เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบไปทั่วโลกและกระทบสภาพคล่องในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าใครอยากเข้าใจพื้นฐานเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม ลองอ่านเรื่อง Tokenized Stocks Explained ที่ฉันเคยเขียนไว้ได้ค่ะ

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลในนิวยอร์กและสหภาพยุโรปกำลังจับมือกันตรวจสอบ Stablecoins โดยจะแชร์ข้อมูลทั้งเรื่องการออกเหรียญ, Volume การหมุนเวียน และจำนวนผู้ถือครอง เนื่องจาก Stablecoin คือสะพานสภาพคล่องหลักของตลาดคริปโต การถูกเพ่งเล็งขนาดนี้ถือเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับ และอาจนำไปสู่ข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นในการนำเงินเข้าสู่ระบบ

ทางด้าน Binance ก็กำลังจะปิดบริการ NFT แบบ Centralized โดยให้ผู้ใช้ถอนสินทรัพย์ออกภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์ตลาด NFT แบบรวมศูนย์กำลังเสื่อมถอยลง และอาจทำให้สภาพคล่องของของสะสมดิจิทัลลดลงไปอีก

แต่ก็ยังมีข่าวดีมาคั่นบ้างค่ะ SEC ระบุว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์จนถึงปี 2030 โดยตั้งเป้าจะทำให้กฎเกณฑ์เรื่อง Tokenization และ Staking ชัดเจนขึ้น ซึ่งฉันเคยวิเคราะห์เรื่อง SEC Crypto Priorities ไว้แล้วว่านี่อาจเป็นตัวดึงดูดเงินสถาบันในระยะยาว นอกจากนี้ Franklin Templeton ยังจับมือกับ MoonPay เพื่อให้สถาบันสามารถแลก Stablecoin เป็น Yield ได้ และการเปิดตัวกองทุน Tokenized ของ Hamilton Lane บน TRON ก็แสดงให้เห็นว่าโลกการเงินดั้งเดิมยังคงสร้างโครงสร้างพื้นฐานบน On-chain อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากโซเชียลและ On-chain

ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นว่ามีรายใหญ่บางส่วนใช้จังหวะดิ่งนี้ในการเก็บของค่ะ ตามที่ @lookonchain รายงานว่า Bitmine ของ Tom Lee ยังคงช้อนซื้อ ETH โดยล่าสุดได้รับ 25,000 ETH มูลค่าประมาณ 47.98 ล้านดอลลาร์จาก BitGo ส่วนปลาวาฬอีกรายอย่าง James Fickel ได้ฝาก 10,000 ETH เข้า Coinbase Prime หลังจากที่เคยขาดทุนยับจากสถานะ Long ETH/BTC

ความสนใจของสถาบันที่มีต่อ Hyperliquid ก็ชัดเจนมาก Galaxy Digital เพิ่งถอน 179,000 HYPE ออกจาก Coinbase และมีวอลเล็ตใหม่เก็บเหรียญไปเกือบ 4 แสนโทเค็นในช่วงสองวันที่ผ่านมา สิ่งนี้บอกฉันว่าในขณะที่รายย่อยกำลังกลัว แต่นักลงทุนรายใหญ่กลับกำลังวางหมากเพื่อรอการฟื้นตัวในบางสินทรัพย์

เจาะลึก Altcoin

วันนี้ต้องยกให้ Hyperliquid เป็นดาวเด่นค่ะ ในขณะที่เหรียญ Top 10 อื่นๆ แดงเถือก แต่ HYPE กลับบวกได้ 1.10% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเก็บสะสมของสถาบันอย่าง Galaxy Digital ทำให้ฉันมองว่าตอนนี้ HYPE ถูกมองเป็น Safe Haven หรือเป็นตัวเลือกที่วาฬมั่นใจมาก จนราคาเริ่มแยกตัวออกจากทิศทางของตลาดส่วนใหญ่

สัญญาณเงินฉลาด — Hyperliquid Leaderboard

Hyperliquid SHORT HYPE leaderboard chartHyperliquid LONG HYPE leaderboard chart

กิจกรรมบน Leaderboard ของ Hyperliquid แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจใน HYPE ที่สูงมาก แม้เทรดเดอร์จะมองทิศทางระยะสั้นต่างกัน อย่างเทรดเดอร์ตัวท็อป 0x7ab12f ที่มี ROI รวมกว่า 100% เลือกเล่นทั้งสองฝั่ง โดยเปิด Long ที่ 70.193 ดอลลาร์ (มูลค่า 1 แสนดอลลาร์) และเปิด Short ที่ 70.04 ดอลลาร์ (มูลค่า 6.91 หมื่นดอลลาร์) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ Range-trading รอบๆ ระดับ 70 ดอลลาร์

ในขณะเดียวกัน เทรดเดอร์สายมั่นใจสูง (0x6a572b) ที่มี ROI รวมมหาศาลถึง 379.5% ยังถือสถานะ Long จำนวนมาก โดยเข้าซื้อ HYPE ที่ราคาต่ำมากเพียง 3.6 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าถึง 1.65 ล้านดอลลาร์ การที่มีพอร์ตระยะยาวขนาดใหญ่แบบนี้ ยืนยันกับฉันว่าเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในแพลตฟอร์มยังคงเชื่อมั่นในทิศทางระยะยาวของสินทรัพย์นี้ แม้จะมีความผันผวนระยะสั้นก็ตาม

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

จุดที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือ Volume ที่พุ่งสูงขึ้นจะนำไปสู่จุดต่ำสุดที่แท้จริง หรือว่าต้องมีการล้างพอร์ตอีกระลอกเพื่อเคลียร์สัญญา Derivatives ที่ค้างอยู่ ด้วย Open Interest ของ Perpetual ที่สูงถึง 3.98 แสนล้านดอลลาร์ ตลาดตอนนี้เต็มไปด้วย Leverage ถ้าไม่สามารถรักษาแนวรับปัจจุบันไว้ได้ เราอาจเห็นคลื่นการเทขายระลอกใหม่

สำหรับเทรดเดอร์ ฉันแนะนำให้เฝ้าดู Volume ของ Stablecoin และข่าวอัปเดตด้านกฎระเบียบจากนิวยอร์กและ EU ถ้าการร่วมมือกันของหน่วยงานเหล่านี้ออกมาเป็นกฎที่เข้มงวด สภาพคล่องอาจจะยิ่งแห้งเหือดลงไปอีก ในทางกลับกัน หากมีความคืบหน้าเรื่อง Roadmap ปี 2030 ของ SEC นั่นอาจเป็นตัวจุดชนวนให้ตลาดหายกลัวและกลับตัวได้ แต่สำหรับตอนนี้ ความย้อนแย้งระหว่างการเก็บของของวาฬใน ETH และ HYPE กับการเทขายของรายย่อย บอกฉันว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านค่ะ

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | เทรดเดอร์สาย Leverage ทำราคาดิ่ง | 2 มิถุนายน 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | เทรดเดอร์สาย Leverage ทำราคาดิ่ง | 2 มิถุนายน 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังเจอช่วงขาลงระยะสั้นที่ค่อนข้างรุนแรงค่ะ มูลค่าตลาดรวม (Total Market Cap) ไหลลง 3.05% มาอยู่ที่ 2.39 ล้านล้านดอลลาร์ สิ่งที่น่าสนใจคือวอลลุ่มการเทรดพุ่งขึ้นแรงมาก โดยวอลลุ่ม 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 48.02% ไปแตะ 1.11 แสนล้านดอลลาร์ แต่จุดที่ฉันมองว่าสำคัญที่สุดคือความแตกต่างระหว่างตลาด Spot กับ Derivatives ค่ะ เพราะในขณะที่วอลลุ่ม Spot สูงขึ้น แต่ฝั่ง Derivatives กลับระเบิดไปถึง 9.01 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 54.93% สิ่งนี้บอกเราชัดเจนว่าราคาที่ร่วงลงไม่ได้เกิดจากการขายเหรียญจริง ๆ แบบ Organic แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเปิดสถานะ Leverage และการโดนล้างพอร์ต (Liquidations) จำนวนมาก

ความเชื่อมั่นในตลาดหายไปเร็วมากค่ะ ดัชนี Fear and Greed ร่วงลงมาอยู่ที่ 29/100 ซึ่งอยู่ในโซน "กลัว" แบบเต็มตัว สภาวะแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงการปรับฐานที่เทรดเดอร์พยายามหาจุดต่ำสุดของรอบ และสัญญาณที่ชัดเจนอีกอย่างคือวอลลุ่ม Stablecoin ที่พุ่งขึ้น 51.28% ไปถึง 1.13 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าคนแห่ย้ายเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหนีความผันผวน แต่ที่แปลกคือ กิจกรรมบน On-chain กลับเงียบเหงาอย่างไม่น่าเชื่อ ค่า Gas ของ Ethereum ต่ำมาก อยู่ที่ประมาณ 0.29 ถึง 0.3 Gwei ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแทบไม่มีความต้องการใช้งานเครือข่ายจริง ๆ ในช่วงที่ตลาดผันผวนแบบนี้

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin daily market structure chart for the crypto market overview

Bitcoin กำลังโดนกดดันอย่างหนัก ร่วงลง 4.27% มาอยู่ที่ 69,555.3 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยลบจากการที่ Mt. Gox เคลื่อนย้าย 10,422 BTC (มูลค่าประมาณ 739 ล้านดอลลาร์) ไปยังวอลเล็ตใหม่ ถึงแม้เหรียญเหล่านี้จะยังไม่ได้ถูกขายทันที แต่การขยับเหรียญจำนวนมหาศาลจาก Cold Storage มักจะทำให้ตลาดกังวลเรื่องแรงเทขายเสมอ ส่วน Bitcoin Dominance ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 58.28% แต่ก็ยังครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีความผันผวนคาดการณ์ (Implied Volatility) อยู่ที่ 41.64%

สำหรับ Ethereum ดูจะทนทานกว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยราคาแทบไม่ขยับ (-0.07%) อยู่ที่ 1,980.51 ดอลลาร์ แต่ฉันมองว่าพื้นฐานยังเปราะบางอยู่ค่ะ เพราะ Implied Volatility ของ ETH สูงกว่า Bitcoin โดยอยู่ที่ 53.15% แถมยังขาดความต้องการใช้งานจริง เห็นได้จากค่า Gas ที่เกือบจะเป็นศูนย์ ส่วน Ethereum Dominance ตอนนี้อยู่ที่ 9.99%

ราคาคริปโตตัวหลัก

ตลาดโดยรวมร่วงไปในทิศทางเดียวกันค่ะ ดัชนี CMC20 ลดลง 3.46% มาอยู่ที่ 143.32 และ CMC100 ลดลง 3.35% มาอยู่ที่ 136.93 ซึ่งบอกเราว่าสินทรัพย์ Market Cap ขนาดใหญ่ทำผลงานได้แย่กว่าตลาดภาพรวมเล็กน้อย แต่การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นกับแทบทุกตัว

BNB ร่วง 3.07% มาอยู่ที่ 679.09 ดอลลาร์, XRP ลดลง 3.09% มาอยู่ที่ 1.26 ดอลลาร์, Solana ลบ 2.17% อยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์ และ TRON ร่วง 2.91% มาอยู่ที่ 0.3403 ดอลลาร์ ส่วน Hyperliquid ดูแข็งแกร่งกว่าตัวอื่น โดยย่อตัวลงเพียง 0.92% มาอยู่ที่ 72.15 ดอลลาร์

ข่าวสารที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

ตลาดกำลังรับมือกับทั้งการขยายตัวของสถาบันการเงินและความขัดแย้งด้านกฎระเบียบค่ะ Binance ได้เปิดให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ เข้าถึงหุ้นและ ETF ของสหรัฐฯ กว่า 7,000 รายการ ผ่าน "bStocks" เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Tokenized Shares บนบล็อกเชน BNB ได้ การขยับตัวเป็น Super App ทางการเงินแบบนี้สอดคล้องกับเทรนด์ที่ Wall Street เริ่มเข้ามาในโลกคริปโตมากขึ้น ซึ่งฉันเคยเขียนถึงเรื่อง Tokenized Stocks Explained และ Tokenization Signals ไปแล้วว่าการนำสินทรัพย์โลกจริง (RWA) มาทำ Tokenization กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักของสถาบันการเงิน

ในฝั่ง AI มีข่าวว่า Anthropic ได้ยื่นขอ IPO แบบลับ ๆ หลังจากมีมูลค่าบริษัทเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นข่าวดีสำหรับ AI แต่ก็ถูกหักล้างด้วยปัญหาทางกฎหมาย เมื่อรัฐฟลอริดาฟ้อง OpenAI และ Sam Altman เรื่องการกล่าวอ้างด้านความปลอดภัย ซึ่งความเสี่ยงด้านกฎระเบียบแบบนี้อาจลามไปถึงกลุ่ม Tech และคริปโตได้

ทางด้านโปรโตคอล Vitalik Buterin ได้เสนอให้ใช้ Synthetic Assets ที่อิงตาม Options เพื่อลดการพึ่งพา Oracle แบบ Real-time และป้องกันการเกิด Liquidation Cascade ที่มักจะทำให้ตลาดถล่ม ซึ่งเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความผันผวนที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้ ส่วน TON ราคาพุ่งขึ้นหลังจาก Pavel Durov ประกาศรีแบรนด์โทเคนกลับไปใช้ชื่อเดิมคือ Gram

การยอมรับในระดับโลกยังคงขยายตัวค่ะ Coinbase เปิดระบบฝากถอนเงินรูปีอินเดียโดยตรง ซึ่งเป็นการเปิดตลาดขนาดใหญ่มาก ส่วนในญี่ปุ่น พรรค LDP กำลังสนับสนุนกรอบกฎหมายสำหรับ Crypto ETFs และ Stablecoin อิงเงินเยน ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องจากสถาบันการเงินได้มหาศาล

ข้อมูลจากโซเชียล

แม้ราคาจะร่วง แต่ความสนใจจากสถาบันยังเป็นธีมหลักค่ะ มีรายงานว่า Charles Schwab ซึ่งบริหารสินทรัพย์กว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ตั้งเป้าจะเปิดบริการเทรด Spot และ Custody สำหรับที่ปรึกษาทางการเงินในปี 2027 สิ่งนี้บอกเราว่าท่อส่งเงินจากสถาบันในระยะยาวยังคงทำงานอยู่ แม้ว่าเทรดเดอร์ระยะสั้นจะกำลังตื่นตระหนกก็ตาม

ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของวาฬ โดย @lookonchain รายงานว่าวาฬ ETH รายใหญ่โอน 5,000 ETH (มูลค่าประมาณ 9.8 ล้านดอลลาร์) เข้า Kraken เพื่อตัดขาดทุนหลังจากราคาลงไปที่ 1,960 ดอลลาร์ วาฬตัวนี้ช้อนซื้อตอนราคา 1,999 ดอลลาร์ เมื่อสองเดือนก่อน การโอนเข้า Exchange แบบนี้สะท้อนว่าเขาเริ่มหมดความมั่นใจในการฟื้นตัวระยะสั้น

นอกจากนี้ @lookonchain ยังชี้ให้เห็นความเสี่ยงของ Prediction Markets เมื่อมีเทรดเดอร์เสียเงิน 527,000 ดอลลาร์ใน Polymarket จากการเดิมพันว่า MicroStrategy จะขาย BTC แต่ตลาดตัดสินว่าการยืนยันเกิดขึ้นนอกกรอบเวลาที่กำหนด เป็นบทเรียนที่ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีกฎการชำระเงินที่เข้มงวดและผันผวนมาก

สัญญาณ Smart Money — Hyperliquid Leaderboard

เทรดเดอร์ที่มั่นใจสูงใน Hyperliquid กำลังทำการ Hedging หรือเดิมพันสวนทางในบางสินทรัพย์ สัญญาณที่น่าสนใจมาจากเทรดเดอร์ 0x7ab12f ซึ่งมี All-time ROI 103.5% และ 30-day ROI 104% โดยเขาเปิดสถานะ Short HYPE/USDC ที่ราคา 73.138 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าประมาณ 100,000 ดอลลาร์ และมีระดับความมั่นใจอยู่ที่ 70% ซึ่งบ่งบอกว่าเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในแพลตฟอร์มบางส่วนคาดว่า Hyperliquid จะลงต่อในระยะสั้นนี้

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป

สิ่งที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือ ความผันผวนนี้เป็นการล้างไพ่ครั้งสุดท้าย (Capitulation) หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานที่ลึกกว่าเดิม วอลลุ่ม Derivatives ที่พุ่งสูงและการย้ายเงินไป Stablecoin บ่งบอกถึงสภาวะความเครียดในตลาดที่สูงมาก ให้จับตาดูระดับ 69,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin ไว้ให้ดีค่ะ ถ้าหลุดตรงนี้ เทรนด์ขาลงอาจจะเร่งตัวขึ้น

นอกจากนี้ ต้องตามดูผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายเหรียญของ Mt. Gox ถ้าเหรียญเหล่านั้นถูกเทขายในตลาด จะเกิดแรงกดดันด้าน Supply มหาศาล แต่ในทางกลับกัน ภาพรวมระยะยาวยังมีปัจจัยหนุนจาก Charles Schwab และรัฐบาลญี่ปุ่น ความขัดแย้งระหว่างการล้างพอร์ตของสาย Leverage ระยะสั้น กับการเข้ามาของสถาบันระยะยาว คือธีมหลักของโครงสร้างตลาดในขณะนี้ค่ะ