ภาพรวมตลาด

ภาพรวมตลาดสกุลเงินดิจิทัลประจำวัน, การวิเคราะห์แนวโน้ม และอัปเดตสำคัญจากทีมบรรณาธิการของเรา

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | ตลาดโดนล้างพอร์ตหนักจาก Leverage | 3 มิถุนายน 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | ตลาดโดนล้างพอร์ตหนักจาก Leverage | 3 มิถุนายน 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตอยู่ในเทรนด์ขาลงแบบเต็มตัวค่ะ Market Cap รวมร่วงลงมาอยู่ที่ 2.32 ล้านล้านดอลลาร์ หรือลดลงประมาณ 2.83% ถึง 2.96% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่น่าสนใจคือในขณะที่ราคากำลังดิ่ง Volume การเทรดกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 35% แตะระดับ 1.51 แสนล้านดอลลาร์ ในมุมมองของฉัน การที่ราคาลดลงแต่ Volume เพิ่มขึ้นแบบนี้ มักจะเป็นสัญญาณของการเกิด "Flush out" หรือการล้างพอร์ตของคนที่เปิด Leverage ไว้จนโดนบังคับปิดสถานะนั่นเอง

จุดที่น่ากังวลที่สุดคือช่องว่างระหว่างการเทรด Spot กับ Derivatives ค่ะ Volume ในฝั่ง Derivatives สูงถึง 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่า Spot เกือบ 8 เท่า สิ่งนี้บอกฉันว่าราคาที่เคลื่อนไหวตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไรและ Leverage มากกว่าการเข้าซื้อสะสมสินทรัพย์จริงๆ นอกจากนี้ Volume ของ Stablecoin ที่พุ่งขึ้นไปถึง 1.52 แสนล้านดอลลาร์ ยิ่งย้ำว่าเทรดเดอร์กำลังรีบเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงหรือเตรียมรับมือกับความผันผวนที่กำลังจะตามมา

ด้านความเชื่อมั่นในตลาดตอนนี้เรียกได้ว่ากลัวกันสุดๆ โดย Fear and Greed Index อยู่ที่ 26 ซึ่งตกอยู่ในโซน "Fear" อย่างเต็มตัว แต่ถึงจะเทขายกันยับ Bitcoin dominance ยังคงนิ่งอยู่ที่ 57.98% ถึง 58.00% ส่วน Altcoin Season Index อยู่ในระดับกลางๆ ที่ 52 ถึง 53 หมายความว่าตอนนี้ไม่มีใครชนะใคร ทั้งเหรียญพี่ใหญ่และเหรียญทางเลือกต่างก็โดนลากลงมาด้วยกันหมด

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin เทรดอยู่ที่ 67,132.09 ดอลลาร์ ลดลง 3.47% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันเห็นได้ชัดว่า BTC กำลังโดนกดดันจากสภาพแวดล้อมที่มี Leverage สูง โดยมี Implied Volatility อยู่ที่ 45.17% การร่วงครั้งนี้สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดที่ Derivatives คุมเกม ซึ่งทำให้ฉันคิดว่าการย่อตัวรอบนี้เป็นการล้าง Long มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนพื้นฐานของมูลค่าเหรียญ

ส่วน Ethereum อาการหนักกว่า ร่วงลง 5.02% มาอยู่ที่ 1,880.11 ดอลลาร์ สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจคือสถานะของเครือข่ายที่เงียบเหงามาก ค่า Gas ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 0.13 ถึง 0.27 Gwei ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้งานจริงและกิจกรรมใน DeFi ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แถม Implied Volatility ของ ETH ยังสูงถึง 57.93% ซึ่งสูงกว่า Bitcoin เสียอีก ยิ่งตอกย้ำความไม่แน่นอนของเหรียญเบอร์สองในตอนนี้

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

ตลาดโดยรวมยังหืดขึ้นคอค่ะ ดัชนี CMC20 และ CMC100 ร่วงลงระหว่าง 3.37% ถึง 3.48% โดย BNB ร่วง 5.56% ลงมาที่ 640.86 ดอลลาร์ และ Solana ลดลง 4.90% อยู่ที่ 75.31 ดอลลาร์ ส่วน XRP และ TRON ร่วงน้อยกว่าเพื่อนที่ 1.86% และ 2.50% ตามลำดับ

แต่มีตัวที่สวนกระแสอย่าง Hyperliquid ที่บวกได้ 1.10% เทรดอยู่ที่ 72.51 ดอลลาร์ การที่ราคาวิ่งสวนทางแบบนี้ทำให้ฉันเห็นว่ามีเทรดเดอร์บางกลุ่มเริ่มย้ายเงินเข้าหาโปรโตคอลที่ประสิทธิภาพสูง แม้ว่าเหรียญหลักๆ จะกำลังเลือดไหลก็ตาม

ข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหมีในวันนี้คือแรงกดดันด้านกฎระเบียบค่ะ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเว็บเทรดคริปโตของอิหร่าน 4 แห่ง รวมถึง Nobitex ภายใต้แคมเปญ Economic Fury เพื่อตอบโต้การสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อรักษ์ และมีการยึดคริปโตจากวอลเล็ตของอิหร่านเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ เรื่องนี้เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบไปทั่วโลกและกระทบสภาพคล่องในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถ้าใครอยากเข้าใจพื้นฐานเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม ลองอ่านเรื่อง Tokenized Stocks Explained ที่ฉันเคยเขียนไว้ได้ค่ะ

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลในนิวยอร์กและสหภาพยุโรปกำลังจับมือกันตรวจสอบ Stablecoins โดยจะแชร์ข้อมูลทั้งเรื่องการออกเหรียญ, Volume การหมุนเวียน และจำนวนผู้ถือครอง เนื่องจาก Stablecoin คือสะพานสภาพคล่องหลักของตลาดคริปโต การถูกเพ่งเล็งขนาดนี้ถือเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับ และอาจนำไปสู่ข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นในการนำเงินเข้าสู่ระบบ

ทางด้าน Binance ก็กำลังจะปิดบริการ NFT แบบ Centralized โดยให้ผู้ใช้ถอนสินทรัพย์ออกภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์ตลาด NFT แบบรวมศูนย์กำลังเสื่อมถอยลง และอาจทำให้สภาพคล่องของของสะสมดิจิทัลลดลงไปอีก

แต่ก็ยังมีข่าวดีมาคั่นบ้างค่ะ SEC ระบุว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์จนถึงปี 2030 โดยตั้งเป้าจะทำให้กฎเกณฑ์เรื่อง Tokenization และ Staking ชัดเจนขึ้น ซึ่งฉันเคยวิเคราะห์เรื่อง SEC Crypto Priorities ไว้แล้วว่านี่อาจเป็นตัวดึงดูดเงินสถาบันในระยะยาว นอกจากนี้ Franklin Templeton ยังจับมือกับ MoonPay เพื่อให้สถาบันสามารถแลก Stablecoin เป็น Yield ได้ และการเปิดตัวกองทุน Tokenized ของ Hamilton Lane บน TRON ก็แสดงให้เห็นว่าโลกการเงินดั้งเดิมยังคงสร้างโครงสร้างพื้นฐานบน On-chain อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากโซเชียลและ On-chain

ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นว่ามีรายใหญ่บางส่วนใช้จังหวะดิ่งนี้ในการเก็บของค่ะ ตามที่ @lookonchain รายงานว่า Bitmine ของ Tom Lee ยังคงช้อนซื้อ ETH โดยล่าสุดได้รับ 25,000 ETH มูลค่าประมาณ 47.98 ล้านดอลลาร์จาก BitGo ส่วนปลาวาฬอีกรายอย่าง James Fickel ได้ฝาก 10,000 ETH เข้า Coinbase Prime หลังจากที่เคยขาดทุนยับจากสถานะ Long ETH/BTC

ความสนใจของสถาบันที่มีต่อ Hyperliquid ก็ชัดเจนมาก Galaxy Digital เพิ่งถอน 179,000 HYPE ออกจาก Coinbase และมีวอลเล็ตใหม่เก็บเหรียญไปเกือบ 4 แสนโทเค็นในช่วงสองวันที่ผ่านมา สิ่งนี้บอกฉันว่าในขณะที่รายย่อยกำลังกลัว แต่นักลงทุนรายใหญ่กลับกำลังวางหมากเพื่อรอการฟื้นตัวในบางสินทรัพย์

เจาะลึก Altcoin

วันนี้ต้องยกให้ Hyperliquid เป็นดาวเด่นค่ะ ในขณะที่เหรียญ Top 10 อื่นๆ แดงเถือก แต่ HYPE กลับบวกได้ 1.10% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเก็บสะสมของสถาบันอย่าง Galaxy Digital ทำให้ฉันมองว่าตอนนี้ HYPE ถูกมองเป็น Safe Haven หรือเป็นตัวเลือกที่วาฬมั่นใจมาก จนราคาเริ่มแยกตัวออกจากทิศทางของตลาดส่วนใหญ่

สัญญาณเงินฉลาด — Hyperliquid Leaderboard

Hyperliquid SHORT HYPE leaderboard chartHyperliquid LONG HYPE leaderboard chart

กิจกรรมบน Leaderboard ของ Hyperliquid แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจใน HYPE ที่สูงมาก แม้เทรดเดอร์จะมองทิศทางระยะสั้นต่างกัน อย่างเทรดเดอร์ตัวท็อป 0x7ab12f ที่มี ROI รวมกว่า 100% เลือกเล่นทั้งสองฝั่ง โดยเปิด Long ที่ 70.193 ดอลลาร์ (มูลค่า 1 แสนดอลลาร์) และเปิด Short ที่ 70.04 ดอลลาร์ (มูลค่า 6.91 หมื่นดอลลาร์) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกลยุทธ์ Range-trading รอบๆ ระดับ 70 ดอลลาร์

ในขณะเดียวกัน เทรดเดอร์สายมั่นใจสูง (0x6a572b) ที่มี ROI รวมมหาศาลถึง 379.5% ยังถือสถานะ Long จำนวนมาก โดยเข้าซื้อ HYPE ที่ราคาต่ำมากเพียง 3.6 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าถึง 1.65 ล้านดอลลาร์ การที่มีพอร์ตระยะยาวขนาดใหญ่แบบนี้ ยืนยันกับฉันว่าเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในแพลตฟอร์มยังคงเชื่อมั่นในทิศทางระยะยาวของสินทรัพย์นี้ แม้จะมีความผันผวนระยะสั้นก็ตาม

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

จุดที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือ Volume ที่พุ่งสูงขึ้นจะนำไปสู่จุดต่ำสุดที่แท้จริง หรือว่าต้องมีการล้างพอร์ตอีกระลอกเพื่อเคลียร์สัญญา Derivatives ที่ค้างอยู่ ด้วย Open Interest ของ Perpetual ที่สูงถึง 3.98 แสนล้านดอลลาร์ ตลาดตอนนี้เต็มไปด้วย Leverage ถ้าไม่สามารถรักษาแนวรับปัจจุบันไว้ได้ เราอาจเห็นคลื่นการเทขายระลอกใหม่

สำหรับเทรดเดอร์ ฉันแนะนำให้เฝ้าดู Volume ของ Stablecoin และข่าวอัปเดตด้านกฎระเบียบจากนิวยอร์กและ EU ถ้าการร่วมมือกันของหน่วยงานเหล่านี้ออกมาเป็นกฎที่เข้มงวด สภาพคล่องอาจจะยิ่งแห้งเหือดลงไปอีก ในทางกลับกัน หากมีความคืบหน้าเรื่อง Roadmap ปี 2030 ของ SEC นั่นอาจเป็นตัวจุดชนวนให้ตลาดหายกลัวและกลับตัวได้ แต่สำหรับตอนนี้ ความย้อนแย้งระหว่างการเก็บของของวาฬใน ETH และ HYPE กับการเทขายของรายย่อย บอกฉันว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านค่ะ

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | เทรดเดอร์สาย Leverage ทำราคาดิ่ง | 2 มิถุนายน 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | เทรดเดอร์สาย Leverage ทำราคาดิ่ง | 2 มิถุนายน 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังเจอช่วงขาลงระยะสั้นที่ค่อนข้างรุนแรงค่ะ มูลค่าตลาดรวม (Total Market Cap) ไหลลง 3.05% มาอยู่ที่ 2.39 ล้านล้านดอลลาร์ สิ่งที่น่าสนใจคือวอลลุ่มการเทรดพุ่งขึ้นแรงมาก โดยวอลลุ่ม 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 48.02% ไปแตะ 1.11 แสนล้านดอลลาร์ แต่จุดที่ฉันมองว่าสำคัญที่สุดคือความแตกต่างระหว่างตลาด Spot กับ Derivatives ค่ะ เพราะในขณะที่วอลลุ่ม Spot สูงขึ้น แต่ฝั่ง Derivatives กลับระเบิดไปถึง 9.01 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 54.93% สิ่งนี้บอกเราชัดเจนว่าราคาที่ร่วงลงไม่ได้เกิดจากการขายเหรียญจริง ๆ แบบ Organic แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเปิดสถานะ Leverage และการโดนล้างพอร์ต (Liquidations) จำนวนมาก

ความเชื่อมั่นในตลาดหายไปเร็วมากค่ะ ดัชนี Fear and Greed ร่วงลงมาอยู่ที่ 29/100 ซึ่งอยู่ในโซน "กลัว" แบบเต็มตัว สภาวะแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงการปรับฐานที่เทรดเดอร์พยายามหาจุดต่ำสุดของรอบ และสัญญาณที่ชัดเจนอีกอย่างคือวอลลุ่ม Stablecoin ที่พุ่งขึ้น 51.28% ไปถึง 1.13 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าคนแห่ย้ายเงินไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหนีความผันผวน แต่ที่แปลกคือ กิจกรรมบน On-chain กลับเงียบเหงาอย่างไม่น่าเชื่อ ค่า Gas ของ Ethereum ต่ำมาก อยู่ที่ประมาณ 0.29 ถึง 0.3 Gwei ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแทบไม่มีความต้องการใช้งานเครือข่ายจริง ๆ ในช่วงที่ตลาดผันผวนแบบนี้

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin daily market structure chart for the crypto market overview

Bitcoin กำลังโดนกดดันอย่างหนัก ร่วงลง 4.27% มาอยู่ที่ 69,555.3 ดอลลาร์ โดยมีปัจจัยลบจากการที่ Mt. Gox เคลื่อนย้าย 10,422 BTC (มูลค่าประมาณ 739 ล้านดอลลาร์) ไปยังวอลเล็ตใหม่ ถึงแม้เหรียญเหล่านี้จะยังไม่ได้ถูกขายทันที แต่การขยับเหรียญจำนวนมหาศาลจาก Cold Storage มักจะทำให้ตลาดกังวลเรื่องแรงเทขายเสมอ ส่วน Bitcoin Dominance ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 58.28% แต่ก็ยังครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีความผันผวนคาดการณ์ (Implied Volatility) อยู่ที่ 41.64%

สำหรับ Ethereum ดูจะทนทานกว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยราคาแทบไม่ขยับ (-0.07%) อยู่ที่ 1,980.51 ดอลลาร์ แต่ฉันมองว่าพื้นฐานยังเปราะบางอยู่ค่ะ เพราะ Implied Volatility ของ ETH สูงกว่า Bitcoin โดยอยู่ที่ 53.15% แถมยังขาดความต้องการใช้งานจริง เห็นได้จากค่า Gas ที่เกือบจะเป็นศูนย์ ส่วน Ethereum Dominance ตอนนี้อยู่ที่ 9.99%

ราคาคริปโตตัวหลัก

ตลาดโดยรวมร่วงไปในทิศทางเดียวกันค่ะ ดัชนี CMC20 ลดลง 3.46% มาอยู่ที่ 143.32 และ CMC100 ลดลง 3.35% มาอยู่ที่ 136.93 ซึ่งบอกเราว่าสินทรัพย์ Market Cap ขนาดใหญ่ทำผลงานได้แย่กว่าตลาดภาพรวมเล็กน้อย แต่การปรับฐานครั้งนี้เกิดขึ้นกับแทบทุกตัว

BNB ร่วง 3.07% มาอยู่ที่ 679.09 ดอลลาร์, XRP ลดลง 3.09% มาอยู่ที่ 1.26 ดอลลาร์, Solana ลบ 2.17% อยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์ และ TRON ร่วง 2.91% มาอยู่ที่ 0.3403 ดอลลาร์ ส่วน Hyperliquid ดูแข็งแกร่งกว่าตัวอื่น โดยย่อตัวลงเพียง 0.92% มาอยู่ที่ 72.15 ดอลลาร์

ข่าวสารที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

ตลาดกำลังรับมือกับทั้งการขยายตัวของสถาบันการเงินและความขัดแย้งด้านกฎระเบียบค่ะ Binance ได้เปิดให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ เข้าถึงหุ้นและ ETF ของสหรัฐฯ กว่า 7,000 รายการ ผ่าน "bStocks" เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Tokenized Shares บนบล็อกเชน BNB ได้ การขยับตัวเป็น Super App ทางการเงินแบบนี้สอดคล้องกับเทรนด์ที่ Wall Street เริ่มเข้ามาในโลกคริปโตมากขึ้น ซึ่งฉันเคยเขียนถึงเรื่อง Tokenized Stocks Explained และ Tokenization Signals ไปแล้วว่าการนำสินทรัพย์โลกจริง (RWA) มาทำ Tokenization กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักของสถาบันการเงิน

ในฝั่ง AI มีข่าวว่า Anthropic ได้ยื่นขอ IPO แบบลับ ๆ หลังจากมีมูลค่าบริษัทเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นข่าวดีสำหรับ AI แต่ก็ถูกหักล้างด้วยปัญหาทางกฎหมาย เมื่อรัฐฟลอริดาฟ้อง OpenAI และ Sam Altman เรื่องการกล่าวอ้างด้านความปลอดภัย ซึ่งความเสี่ยงด้านกฎระเบียบแบบนี้อาจลามไปถึงกลุ่ม Tech และคริปโตได้

ทางด้านโปรโตคอล Vitalik Buterin ได้เสนอให้ใช้ Synthetic Assets ที่อิงตาม Options เพื่อลดการพึ่งพา Oracle แบบ Real-time และป้องกันการเกิด Liquidation Cascade ที่มักจะทำให้ตลาดถล่ม ซึ่งเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความผันผวนที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้ ส่วน TON ราคาพุ่งขึ้นหลังจาก Pavel Durov ประกาศรีแบรนด์โทเคนกลับไปใช้ชื่อเดิมคือ Gram

การยอมรับในระดับโลกยังคงขยายตัวค่ะ Coinbase เปิดระบบฝากถอนเงินรูปีอินเดียโดยตรง ซึ่งเป็นการเปิดตลาดขนาดใหญ่มาก ส่วนในญี่ปุ่น พรรค LDP กำลังสนับสนุนกรอบกฎหมายสำหรับ Crypto ETFs และ Stablecoin อิงเงินเยน ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องจากสถาบันการเงินได้มหาศาล

ข้อมูลจากโซเชียล

แม้ราคาจะร่วง แต่ความสนใจจากสถาบันยังเป็นธีมหลักค่ะ มีรายงานว่า Charles Schwab ซึ่งบริหารสินทรัพย์กว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ตั้งเป้าจะเปิดบริการเทรด Spot และ Custody สำหรับที่ปรึกษาทางการเงินในปี 2027 สิ่งนี้บอกเราว่าท่อส่งเงินจากสถาบันในระยะยาวยังคงทำงานอยู่ แม้ว่าเทรดเดอร์ระยะสั้นจะกำลังตื่นตระหนกก็ตาม

ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของวาฬ โดย @lookonchain รายงานว่าวาฬ ETH รายใหญ่โอน 5,000 ETH (มูลค่าประมาณ 9.8 ล้านดอลลาร์) เข้า Kraken เพื่อตัดขาดทุนหลังจากราคาลงไปที่ 1,960 ดอลลาร์ วาฬตัวนี้ช้อนซื้อตอนราคา 1,999 ดอลลาร์ เมื่อสองเดือนก่อน การโอนเข้า Exchange แบบนี้สะท้อนว่าเขาเริ่มหมดความมั่นใจในการฟื้นตัวระยะสั้น

นอกจากนี้ @lookonchain ยังชี้ให้เห็นความเสี่ยงของ Prediction Markets เมื่อมีเทรดเดอร์เสียเงิน 527,000 ดอลลาร์ใน Polymarket จากการเดิมพันว่า MicroStrategy จะขาย BTC แต่ตลาดตัดสินว่าการยืนยันเกิดขึ้นนอกกรอบเวลาที่กำหนด เป็นบทเรียนที่ดีว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีกฎการชำระเงินที่เข้มงวดและผันผวนมาก

สัญญาณ Smart Money — Hyperliquid Leaderboard

เทรดเดอร์ที่มั่นใจสูงใน Hyperliquid กำลังทำการ Hedging หรือเดิมพันสวนทางในบางสินทรัพย์ สัญญาณที่น่าสนใจมาจากเทรดเดอร์ 0x7ab12f ซึ่งมี All-time ROI 103.5% และ 30-day ROI 104% โดยเขาเปิดสถานะ Short HYPE/USDC ที่ราคา 73.138 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าประมาณ 100,000 ดอลลาร์ และมีระดับความมั่นใจอยู่ที่ 70% ซึ่งบ่งบอกว่าเทรดเดอร์ที่เก่งที่สุดในแพลตฟอร์มบางส่วนคาดว่า Hyperliquid จะลงต่อในระยะสั้นนี้

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป

สิ่งที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือ ความผันผวนนี้เป็นการล้างไพ่ครั้งสุดท้าย (Capitulation) หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานที่ลึกกว่าเดิม วอลลุ่ม Derivatives ที่พุ่งสูงและการย้ายเงินไป Stablecoin บ่งบอกถึงสภาวะความเครียดในตลาดที่สูงมาก ให้จับตาดูระดับ 69,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin ไว้ให้ดีค่ะ ถ้าหลุดตรงนี้ เทรนด์ขาลงอาจจะเร่งตัวขึ้น

นอกจากนี้ ต้องตามดูผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายเหรียญของ Mt. Gox ถ้าเหรียญเหล่านั้นถูกเทขายในตลาด จะเกิดแรงกดดันด้าน Supply มหาศาล แต่ในทางกลับกัน ภาพรวมระยะยาวยังมีปัจจัยหนุนจาก Charles Schwab และรัฐบาลญี่ปุ่น ความขัดแย้งระหว่างการล้างพอร์ตของสาย Leverage ระยะสั้น กับการเข้ามาของสถาบันระยะยาว คือธีมหลักของโครงสร้างตลาดในขณะนี้ค่ะ

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: วอลลุ่มดิ่งเหว ความกลัวยังปกคลุม | 31 พฤษภาคม 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: วอลลุ่มดิ่งเหว ความกลัวยังปกคลุม | 31 พฤษภาคม 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ฉันเห็นอะไรที่แปลกๆ ในตลาดคริปโต คือราคามันดูนิ่ง แต่กิจกรรมการเทรดกลับหายไปแบบน่าตกใจ แม้ Market Cap รวมจะขยับขึ้นเล็กน้อย 0.52% ไปอยู่ที่ 2.49 ล้านล้านดอลลาร์ แต่สภาพคล่องจริงๆ กำลังระเหยหายไป วอลลุ่มการเทรดในทุกเซกเตอร์ดิ่งลงเหว โดยวอลลุ่ม Spot ลดลง 32.19% และฝั่ง Derivatives ร่วงเกือบ 40% ลงมาอยู่ที่ 404.47 พันล้านดอลลาร์ สำหรับฉัน สิ่งนี้บอกว่าตลาดกำลังอยู่ในสภาวะ "รอคอย" ที่ไม่มีใครกล้าซื้อ และคนขายก็ยังลังเล เป็นบรรยากาศที่ขาดความมั่นใจอย่างแรง

ความรู้สึกของนักลงทุนยังจมอยู่ในโซนความกลัว โดย Fear & Greed Index อยู่ที่ 35/100 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลวอลลุ่ม โดยเฉพาะวอลลุ่มของ Stablecoin ที่ลดลง 33.66% ซึ่งปกติแล้วเป็นสัญญาณว่าเงินทุนกำลังจอดนิ่งอยู่ข้างสนาม ไม่ยอมหมุนเข้าสู่สถานะการเทรด Bitcoin ยังคงครองตลาดที่ 59.24% และเมื่อดู Altcoin Season Index ที่ 35/100 ก็ชัดเจนว่าเรายังอยู่ในช่วง Bitcoin Season เหรียญทางเลือกอื่นๆ ไม่สามารถสร้างโมเมนตัมของตัวเองได้เลย แถมค่า Gas ของ Ethereum ที่ต่ำเพียง 0.16 Gwei ยิ่งตอกย้ำว่ากิจกรรมบน On-chain และการใช้งาน DeFi ลดลงอย่างมาก

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin daily market structure chart for the crypto market overview

Bitcoin เทรดอยู่ที่ $73,756.24 ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.29% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่บอกตามตรงว่าการที่ราคาขึ้นโดยไม่มีวอลลุ่มสนับสนุนแบบนี้ มันไม่ได้มาจากแรงซื้อที่แข็งแกร่งของสถาบันหรือรายย่อยเลย ค่า Implied Volatility ของ Bitcoin อยู่ที่ 36.68% สะท้อนว่าตลาดระมัดระวังตัวแต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก การที่ Bitcoin Dominance สูงขนาดนี้แสดงว่านักลงทุนมองว่ามันเป็นหลุมหลบภัยหลัก ในขณะที่พยายามเลี่ยงความเสี่ยงจากเหรียญ Altcoin อื่นๆ

ส่วน Ethereum ย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ $2,016.46 เครือข่ายแทบไม่มีความแออัดเลย ซึ่งฉันมองว่าเป็นดาบสองคม เพราะแม้ค่าธรรมเนียมถูกจะเป็นเรื่องดี แต่ระดับ 0.16 Gwei ในตอนนี้มันชี้ให้เห็นว่าไม่มีใครต้องการใช้งานเครือข่ายเลย ค่า Implied Volatility ของ ETH พุ่งไปถึง 50.95% ซึ่งสูงกว่า Bitcoin มาก หมายความว่าเทรดเดอร์คาดการณ์ว่า ETH จะมีความผันผวนของราคาที่รุนแรงกว่าในระยะสั้นนี้

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

BNB เป็นตัวเด่นที่สุดในกลุ่มสินทรัพย์ชั้นนำ โดยพุ่งขึ้น 6.71% ไปที่ $719.3 ส่วน Hyperliquid (HYPE) บวกเพิ่ม 1.84% แตะ $68.03 ทางด้าน TRON ขึ้น 1.66% ไปที่ $0.3491 ขณะที่ Solana นิ่งสนิท ขยับขึ้นเพียง 0.15% อยู่ที่ $82.47 และฝั่งที่ร่วงคือ XRP ลบ 0.49% ลงมาที่ $1.33

ข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

ปัญหาเรื่องความปลอดภัยยังคงเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่น Gravity Bridge ซึ่งเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่าง Ethereum และ Cosmos ถูกสั่งระงับหลังจากมีรายงานการถูกโจมตีมูลค่า 5.4 ล้านดอลลาร์ เงินที่ถูกขโมยมีทั้ง USDC, WETH, USDT และ PAX Gold ซึ่งส่วนใหญ่ถูกฟอกผ่าน Binance และ ChangeNow ไปแล้ว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำ ความเสี่ยงของ Cross-chain bridges ที่สร้างฝันร้ายให้ระบบนิเวศมาตลอด

เซกเตอร์ DeFi กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น CertiK รายงานว่าเดือนเมษายนเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดของ DeFi ในรอบ 4 ปี โดยมีการโจมตีเกิดขึ้นถึง 27 วันจาก 30 วัน และหลายครั้งเป็นการโจมตีโดยใช้ AI ซึ่งเป็นกำแพงใหญ่ที่ทำให้สถาบันการเงินดั้งเดิมไม่กล้าเข้ามา ฉันเคยเขียนถึงเรื่อง การโจมตี Smart Contract ด้วย AI ที่ทำให้ Wall Street ลังเลที่จะย้ายเงินหลายล้านล้านดอลลาร์มาไว้บน On-chain

แรงกดดันด้านกฎระเบียบก็เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยึดคริปโตมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านภายใต้ Operation Economic Fury ขณะที่ SEC ยื่นฟ้องผู้ก่อตั้ง Privvy และบุคคลอื่นในคดีหลอกลวงใช้บอทเทรด AI ปลอมมูลค่า 12.3 ล้านดอลลาร์ เรื่องเหล่านี้ รวมกับคำเตือนของวุฒิสมาชิก Lummis ว่าจีนอาจเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์การเงินยุคใหม่หากกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่าน ยิ่งทำให้บรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แต่มีเรื่องบวกอยู่บ้าง คือข้อเสนอของ XRP Ledger ที่จะบล็อกการโจมตีแบบ Flash Loan ซึ่งด้วยโครงสร้างธุรกรรมของ XRPL อาจทำให้การโจมตีแบบนี้เป็นไปไม่ได้เลยในทางโครงสร้าง ซึ่งอาจทำให้ XRPL ได้เปรียบด้านความปลอดภัยเหนือ DeFi ของ Ethereum

ข้อมูลเชิงลึกจากโซเชียล

ข้อมูล On-chain จาก @lookonchain เผยให้เห็นการบริหารความเสี่ยงระดับเซียนบน Polymarket มีเทรดเดอร์ลงเงิน 10.3 ล้านดอลลาร์ในนัดชิง Champions League โดยเดิมพัน PSG ไว้ 7.2 ล้าน และ Hedge ไว้ที่ Arsenal 3.1 ล้าน ผลคือ PSG ชนะ ทำให้เทรดเดอร์คนนี้ฟันกำไรไป 1.3 ล้านดอลลาร์

ในตลาด Derivatives มีการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ เทรดเดอร์ที่ใช้ชื่อว่า loracle.hl ซึ่งเปิด Short HYPE ไว้กว่า 110 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนไปแล้วกว่า 35 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ทำกำไรหายไป 42 ล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขากำลังปิด Short และสลับไป Long ASTER, ZEC และ TON แทน ในมุมมองของฉัน การล้างพอร์ตระดับนี้มักจะนำไปสู่การสร้างฐานราคาใหม่ เพราะผู้ที่ถูกบังคับขาย (Forced buyers) ต้องรีบซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ

ทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ @WuBlockchain รายงานว่ากระทรวงการคลังของเวียดนามเสนอให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารได้ ถ้าเรื่องนี้ผ่าน จะเป็นก้าวสำคัญของการยอมรับในระดับสถาบันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงไทยเราด้วยที่ต้องจับตาดูว่าเทรนด์นี้จะลามมาถึงบ้านเราไหม

สัญญาณจาก Smart Money — Hyperliquid Leaderboard

มีสัญญาณความมั่นใจสูงจาก Leaderboard ของ Hyperliquid โดยเทรดเดอร์ 0x8463d6... เปิดสถานะ SHORT HYPE ที่ราคา $67.438 ด้วยมูลค่าสัญญา 337,190 ดอลลาร์ เทรดเดอร์คนนี้มีประวัติการเทรดที่โหดมาก ด้วย All-time ROI 101.9% และ 30-day ROI 102% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเขามั่นใจว่า HYPE อาจจะมีการปรับฐาน แม้ราคาจะพุ่งขึ้นในช่วงนี้ก็ตาม

เหรียญที่น่าจับตามอง

วันนี้ฉันขอให้ความสนใจกับ BNB เพราะการพุ่งขึ้น 6.71% นั้นโดดเด่นกว่าเหรียญ Top 10 เกือบทุกตัว ในตลาดที่วอลลุ่มหายและคนกำลังกลัว การขยับแบบนี้มักจะมาจากข่าวเฉพาะใน Ecosystem หรือมีการเก็บของอย่างหนัก ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่หยุดนิ่ง แต่ BNB กลับแสดงความแข็งแกร่งที่แยกตัวออกมาจากเทรนด์รวมอย่างชัดเจน

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

สิ่งที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือ วอลลุ่มที่หายไปเป็นแค่การพักตัวชั่วคราว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตสภาพคล่องที่ลึกกว่าเดิม การที่ Market Cap เพิ่มขึ้นแต่วอลลุ่มร่วงเป็นสัญญาณเตือนที่อันตราย เพราะราคาที่ขึ้นโดยไม่มีวอลลุ่มมักจะเปราะบางและร่วงง่าย

เทรดเดอร์ควรตามดูผลกระทบจาก Gravity Bridge ว่าจะลามไปทำให้เกิดการเทขายในระบบนิเวศของ Cosmos หรือไม่ นอกจากนี้ ความคืบหน้าของ CLARITY Act ในวุฒิสภาสหรัฐฯ จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมด้านความรู้สึก ถ้ากฎหมายนี้ติดขัด ความกลัวเรื่องสุญญากาศทางกฎหมายหรือการที่ต่างชาติเข้ามาคุมเกมจะทำให้ Fear & Greed Index ยังคงอยู่ในระดับต่ำ สุดท้าย อย่าลืมตามดู HYPE และ Funding Rates เพราะการต่อสู้ระหว่างสาย Short ที่มั่นใจสูงกับเทรนด์ราคาในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงได้