ภาพรวมตลาด

ภาพรวมตลาดสกุลเงินดิจิทัลประจำวัน, การวิเคราะห์แนวโน้ม และอัปเดตสำคัญจากทีมบรรณาธิการของเรา

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: วอลลุ่มดิ่งเหว ความกลัวยังปกคลุม | 31 พฤษภาคม 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: วอลลุ่มดิ่งเหว ความกลัวยังปกคลุม | 31 พฤษภาคม 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ฉันเห็นอะไรที่แปลกๆ ในตลาดคริปโต คือราคามันดูนิ่ง แต่กิจกรรมการเทรดกลับหายไปแบบน่าตกใจ แม้ Market Cap รวมจะขยับขึ้นเล็กน้อย 0.52% ไปอยู่ที่ 2.49 ล้านล้านดอลลาร์ แต่สภาพคล่องจริงๆ กำลังระเหยหายไป วอลลุ่มการเทรดในทุกเซกเตอร์ดิ่งลงเหว โดยวอลลุ่ม Spot ลดลง 32.19% และฝั่ง Derivatives ร่วงเกือบ 40% ลงมาอยู่ที่ 404.47 พันล้านดอลลาร์ สำหรับฉัน สิ่งนี้บอกว่าตลาดกำลังอยู่ในสภาวะ "รอคอย" ที่ไม่มีใครกล้าซื้อ และคนขายก็ยังลังเล เป็นบรรยากาศที่ขาดความมั่นใจอย่างแรง

ความรู้สึกของนักลงทุนยังจมอยู่ในโซนความกลัว โดย Fear & Greed Index อยู่ที่ 35/100 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลวอลลุ่ม โดยเฉพาะวอลลุ่มของ Stablecoin ที่ลดลง 33.66% ซึ่งปกติแล้วเป็นสัญญาณว่าเงินทุนกำลังจอดนิ่งอยู่ข้างสนาม ไม่ยอมหมุนเข้าสู่สถานะการเทรด Bitcoin ยังคงครองตลาดที่ 59.24% และเมื่อดู Altcoin Season Index ที่ 35/100 ก็ชัดเจนว่าเรายังอยู่ในช่วง Bitcoin Season เหรียญทางเลือกอื่นๆ ไม่สามารถสร้างโมเมนตัมของตัวเองได้เลย แถมค่า Gas ของ Ethereum ที่ต่ำเพียง 0.16 Gwei ยิ่งตอกย้ำว่ากิจกรรมบน On-chain และการใช้งาน DeFi ลดลงอย่างมาก

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin daily market structure chart for the crypto market overview

Bitcoin เทรดอยู่ที่ $73,756.24 ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.29% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่บอกตามตรงว่าการที่ราคาขึ้นโดยไม่มีวอลลุ่มสนับสนุนแบบนี้ มันไม่ได้มาจากแรงซื้อที่แข็งแกร่งของสถาบันหรือรายย่อยเลย ค่า Implied Volatility ของ Bitcoin อยู่ที่ 36.68% สะท้อนว่าตลาดระมัดระวังตัวแต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก การที่ Bitcoin Dominance สูงขนาดนี้แสดงว่านักลงทุนมองว่ามันเป็นหลุมหลบภัยหลัก ในขณะที่พยายามเลี่ยงความเสี่ยงจากเหรียญ Altcoin อื่นๆ

ส่วน Ethereum ย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ $2,016.46 เครือข่ายแทบไม่มีความแออัดเลย ซึ่งฉันมองว่าเป็นดาบสองคม เพราะแม้ค่าธรรมเนียมถูกจะเป็นเรื่องดี แต่ระดับ 0.16 Gwei ในตอนนี้มันชี้ให้เห็นว่าไม่มีใครต้องการใช้งานเครือข่ายเลย ค่า Implied Volatility ของ ETH พุ่งไปถึง 50.95% ซึ่งสูงกว่า Bitcoin มาก หมายความว่าเทรดเดอร์คาดการณ์ว่า ETH จะมีความผันผวนของราคาที่รุนแรงกว่าในระยะสั้นนี้

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

BNB เป็นตัวเด่นที่สุดในกลุ่มสินทรัพย์ชั้นนำ โดยพุ่งขึ้น 6.71% ไปที่ $719.3 ส่วน Hyperliquid (HYPE) บวกเพิ่ม 1.84% แตะ $68.03 ทางด้าน TRON ขึ้น 1.66% ไปที่ $0.3491 ขณะที่ Solana นิ่งสนิท ขยับขึ้นเพียง 0.15% อยู่ที่ $82.47 และฝั่งที่ร่วงคือ XRP ลบ 0.49% ลงมาที่ $1.33

ข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

ปัญหาเรื่องความปลอดภัยยังคงเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่น Gravity Bridge ซึ่งเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่าง Ethereum และ Cosmos ถูกสั่งระงับหลังจากมีรายงานการถูกโจมตีมูลค่า 5.4 ล้านดอลลาร์ เงินที่ถูกขโมยมีทั้ง USDC, WETH, USDT และ PAX Gold ซึ่งส่วนใหญ่ถูกฟอกผ่าน Binance และ ChangeNow ไปแล้ว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำ ความเสี่ยงของ Cross-chain bridges ที่สร้างฝันร้ายให้ระบบนิเวศมาตลอด

เซกเตอร์ DeFi กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น CertiK รายงานว่าเดือนเมษายนเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดของ DeFi ในรอบ 4 ปี โดยมีการโจมตีเกิดขึ้นถึง 27 วันจาก 30 วัน และหลายครั้งเป็นการโจมตีโดยใช้ AI ซึ่งเป็นกำแพงใหญ่ที่ทำให้สถาบันการเงินดั้งเดิมไม่กล้าเข้ามา ฉันเคยเขียนถึงเรื่อง การโจมตี Smart Contract ด้วย AI ที่ทำให้ Wall Street ลังเลที่จะย้ายเงินหลายล้านล้านดอลลาร์มาไว้บน On-chain

แรงกดดันด้านกฎระเบียบก็เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยึดคริปโตมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านภายใต้ Operation Economic Fury ขณะที่ SEC ยื่นฟ้องผู้ก่อตั้ง Privvy และบุคคลอื่นในคดีหลอกลวงใช้บอทเทรด AI ปลอมมูลค่า 12.3 ล้านดอลลาร์ เรื่องเหล่านี้ รวมกับคำเตือนของวุฒิสมาชิก Lummis ว่าจีนอาจเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์การเงินยุคใหม่หากกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่าน ยิ่งทำให้บรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แต่มีเรื่องบวกอยู่บ้าง คือข้อเสนอของ XRP Ledger ที่จะบล็อกการโจมตีแบบ Flash Loan ซึ่งด้วยโครงสร้างธุรกรรมของ XRPL อาจทำให้การโจมตีแบบนี้เป็นไปไม่ได้เลยในทางโครงสร้าง ซึ่งอาจทำให้ XRPL ได้เปรียบด้านความปลอดภัยเหนือ DeFi ของ Ethereum

ข้อมูลเชิงลึกจากโซเชียล

ข้อมูล On-chain จาก @lookonchain เผยให้เห็นการบริหารความเสี่ยงระดับเซียนบน Polymarket มีเทรดเดอร์ลงเงิน 10.3 ล้านดอลลาร์ในนัดชิง Champions League โดยเดิมพัน PSG ไว้ 7.2 ล้าน และ Hedge ไว้ที่ Arsenal 3.1 ล้าน ผลคือ PSG ชนะ ทำให้เทรดเดอร์คนนี้ฟันกำไรไป 1.3 ล้านดอลลาร์

ในตลาด Derivatives มีการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ เทรดเดอร์ที่ใช้ชื่อว่า loracle.hl ซึ่งเปิด Short HYPE ไว้กว่า 110 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนไปแล้วกว่า 35 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ทำกำไรหายไป 42 ล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขากำลังปิด Short และสลับไป Long ASTER, ZEC และ TON แทน ในมุมมองของฉัน การล้างพอร์ตระดับนี้มักจะนำไปสู่การสร้างฐานราคาใหม่ เพราะผู้ที่ถูกบังคับขาย (Forced buyers) ต้องรีบซื้อคืนเพื่อปิดสถานะ

ทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ @WuBlockchain รายงานว่ากระทรวงการคลังของเวียดนามเสนอให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารได้ ถ้าเรื่องนี้ผ่าน จะเป็นก้าวสำคัญของการยอมรับในระดับสถาบันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงไทยเราด้วยที่ต้องจับตาดูว่าเทรนด์นี้จะลามมาถึงบ้านเราไหม

สัญญาณจาก Smart Money — Hyperliquid Leaderboard

มีสัญญาณความมั่นใจสูงจาก Leaderboard ของ Hyperliquid โดยเทรดเดอร์ 0x8463d6... เปิดสถานะ SHORT HYPE ที่ราคา $67.438 ด้วยมูลค่าสัญญา 337,190 ดอลลาร์ เทรดเดอร์คนนี้มีประวัติการเทรดที่โหดมาก ด้วย All-time ROI 101.9% และ 30-day ROI 102% ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเขามั่นใจว่า HYPE อาจจะมีการปรับฐาน แม้ราคาจะพุ่งขึ้นในช่วงนี้ก็ตาม

เหรียญที่น่าจับตามอง

วันนี้ฉันขอให้ความสนใจกับ BNB เพราะการพุ่งขึ้น 6.71% นั้นโดดเด่นกว่าเหรียญ Top 10 เกือบทุกตัว ในตลาดที่วอลลุ่มหายและคนกำลังกลัว การขยับแบบนี้มักจะมาจากข่าวเฉพาะใน Ecosystem หรือมีการเก็บของอย่างหนัก ในขณะที่ตลาดส่วนใหญ่หยุดนิ่ง แต่ BNB กลับแสดงความแข็งแกร่งที่แยกตัวออกมาจากเทรนด์รวมอย่างชัดเจน

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป

สิ่งที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือ วอลลุ่มที่หายไปเป็นแค่การพักตัวชั่วคราว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตสภาพคล่องที่ลึกกว่าเดิม การที่ Market Cap เพิ่มขึ้นแต่วอลลุ่มร่วงเป็นสัญญาณเตือนที่อันตราย เพราะราคาที่ขึ้นโดยไม่มีวอลลุ่มมักจะเปราะบางและร่วงง่าย

เทรดเดอร์ควรตามดูผลกระทบจาก Gravity Bridge ว่าจะลามไปทำให้เกิดการเทขายในระบบนิเวศของ Cosmos หรือไม่ นอกจากนี้ ความคืบหน้าของ CLARITY Act ในวุฒิสภาสหรัฐฯ จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมด้านความรู้สึก ถ้ากฎหมายนี้ติดขัด ความกลัวเรื่องสุญญากาศทางกฎหมายหรือการที่ต่างชาติเข้ามาคุมเกมจะทำให้ Fear & Greed Index ยังคงอยู่ในระดับต่ำ สุดท้าย อย่าลืมตามดู HYPE และ Funding Rates เพราะการต่อสู้ระหว่างสาย Short ที่มั่นใจสูงกับเทรนด์ราคาในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงได้

สรุปภาวะตลาดคริปโต: ความกังวลเรื่องความปลอดภัย DeFi พุ่งสูง | 27 พฤษภาคม 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาวะตลาดคริปโต: ความกังวลเรื่องความปลอดภัย DeFi พุ่งสูง | 27 พฤษภาคม 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังอยู่ในเทรนด์ขาลงระยะสั้นค่ะ Market Cap รวมลดลง 1.89% มาอยู่ที่ 2.54 ล้านล้านดอลลาร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือในขณะที่ราคาไหลลง ปริมาณการซื้อขายกลับพุ่งสูงขึ้น Volume ของ Spot ใน 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้น 32.61% เป็น 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ถ้าเทียบกับตลาด Derivatives ที่ Volume พุ่งขึ้น 33.63% ไปถึง 7.16 แสนล้านดอลลาร์แล้ว ถือว่าน้อยมาก ในมุมมองของฉัน เวลาที่ปริมาณการเทรดอนุพันธ์สูงกว่า Spot ขาดลอยแบบนี้ มันมักจะบอกว่าราคาที่ขยับอยู่ตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย Leverage และการเก็งกำไร มากกว่าจะเป็นการซื้อขายจริงจากพื้นฐาน

ความรู้สึกของคนในตลาดเปลี่ยนเป็น "กลัว" อย่างชัดเจน โดยดัชนี Fear & Greed อยู่ที่ 37/100 ความกังวลนี้สะท้อนออกมาผ่านการย้ายเงินเข้า Stablecoin ที่ Volume พุ่งขึ้น 34.46% เป็น 9.8 หมื่นล้านดอลลาร์ นักเทรดส่วนใหญ่เลือกที่จะถือเงินสดรอข้างสนามหรือเตรียมรับมือกับความผันผวน ส่วน Bitcoin Dominance ยังคงสูงอยู่ที่ 59.87% ซึ่งทำให้เหรียญ Altcoins ส่วนใหญ่ขยับขึ้นได้ยาก และด้วย Altcoin Season Index ที่ 35/100 ตลาดตอนนี้ยังคงเป็น Bitcoin Season ค่ะ หมายความว่าถ้าตลาดจะฟื้นตัวในระยะสั้น Bitcoin จะเป็นตัวนำ ไม่ใช่การพุ่งขึ้นของเหรียญทางเลือกแบบกระจายตัว

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin daily market structure chart for the crypto market overview

Bitcoin เทรดอยู่ที่ 75,804.67 ดอลลาร์ ลดลง 2.05% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันมองว่าแรงกดดันส่วนใหญ่มาจากฝั่งสถาบันค่ะ มีนักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่งเทขาย IBIT ETF ของ BlackRock มูลค่า 1.29 พันล้านดอลลาร์ผ่าน Dark Pool ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารายใหญ่กำลังลดการถือครองอย่างมีนัยสำคัญ และนี่ไม่ใช่เหตุการณ์เดียว เพราะ Spot ETF ในสหรัฐฯ มี Net Outflow ติดต่อกัน 7 วัน รวมแล้วหายไป 1.88 พันล้านดอลลาร์ เมื่อการขายจากสถาบันมาเจอกับความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่หยุดชะงัก มันเลยกลายเป็นเพดานที่กั้นไม่ให้ราคาฟื้นตัวได้จริงจัง

Ethereum ก็โดนกดดันไม่แพ้กัน ราคาอยู่ที่ 2,076.99 ดอลลาร์ ลดลง 2.32% สภาพบนเครือข่ายเงียบเหงาจนน่าตกใจ โดยค่า Gas ต่ำมากเพียง 0.17 Gwei ซึ่งบอกเราว่ากิจกรรม On-chain แทบไม่มี และขาด "กระแส" ที่มักจะขับเคลื่อนราคา ETH แต่ถ้าดูข้อมูล On-chain จะเห็นสัญญาณที่ต่างออกไป มี Smart Trader รายหนึ่งเพิ่งซื้อ 7,000 ETH มูลค่า 14.52 ล้านดอลลาร์ แล้วนำไปฝากไว้ใน Aave สิ่งนี้ทำให้ฉันคิดว่า ในขณะที่คนส่วนใหญ่กำลังกลัว เทรดเดอร์ที่มั่นใจสูงบางกลุ่มกำลังใช้จังหวะย่อนี้ในการเก็บของ

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

ตลาดโดยรวมลดลงพร้อมๆ กันค่ะ BNB ลง 1.36% อยู่ที่ 653.87 ดอลลาร์ ส่วน XRP ร่วง 2.07% มาอยู่ที่ 1.32 ดอลลาร์ และ Solana ก็ลดลง 2.09% เทรดอยู่ที่ 83.76 ดอลลาร์

แต่ก็มีบางเหรียญที่สวนทาง TRON นิ่งๆ และบวกเล็กน้อย 0.07% อยู่ที่ 0.3725 ดอลลาร์ และที่โดดเด่นคือ Hyperliquid ที่พุ่งขึ้น 2.10% ไปที่ 62.8 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในขณะที่เหรียญใหญ่ตัวอื่นกำลังเลือดไหล

ข่าวที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้

เรื่องความปลอดภัยคือตัวขับเคลื่อนความกังวลหลักของตลาดตอนนี้ค่ะ Manuel Aráoz CEO ของ OpenZeppelin ออกมาเตือนว่าตอนนี้ DeFi ทั้งหมด "ไม่ปลอดภัยแล้ว" เขาให้เหตุผลว่า AI Coding Agents เก่งเกินมนุษย์ในการหาช่องโหว่ของ Smart Contract จนมนุษย์แทบจะป้องกันไม่ทัน คำเตือนนี้มาในช่วงที่ Total Value Locked (TVL) ของ DeFi ลดลงไปกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้ สำหรับฉัน การที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับแนวหน้าแนะนำให้เพื่อนและครอบครัวถอนเงินออกจาก DeFi ทั้งหมด มันสร้างผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างรุนแรง และผลักให้นักลงทุนย้ายเงินไปหาทรัพย์สินที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูงกว่า ซึ่งเราเคยเขียนเรื่อง Tokenized Stocks Explained ไว้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน

ความกลัวนี้ยิ่งหนักขึ้นเมื่อ StablR ถูกโจมตี ผู้ดูแลต้องระงับโทเคน USDR และ EURR หลังจากผู้โจมตีสร้างโทเคนไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมูลค่า 13.5 ล้านดอลลาร์ การเจาะระบบนี้เกี่ยวข้องกับจุดอ่อนใน Multisig Wallet แบบ 1-of-3 เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความเสี่ยงในโครงสร้างของ Stablecoin ซึ่งเราเคยพูดถึงเรื่อง Stablecoin Security Risks และอันตรายของการควบคุมแบบรวมศูนย์ไปแล้ว กรณีของ StablR คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ว่า จุดล้มเหลวเพียงจุดเดียวสามารถทำให้เงินล้านของยูสเซอร์หายไปได้

ด้านกฎระเบียบ สหราชอาณาจักรเริ่มใช้มาตรการรุนแรงโดยการคว่ำบาตร HTX ของ Justin Sun และบริษัทอื่นๆ เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย นี่เป็นครั้งแรกที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ใช้การคว่ำบาตรแบบเดียวกับที่ใช้กับธนาคารกับ Exchange คริปโต สถาบันการเงินในอังกฤษถูกสั่งห้ามทำธุรกิจกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมายให้กับ Exchange ที่ดำเนินงานระหว่างประเทศอย่างมาก

ในทางกลับกัน มีความหวังเล็กน้อยจากสหรัฐฯ เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุน Michael Selig ประธาน CFTC ในการขยายอำนาจควบคุมตลาดพยากรณ์ (Prediction Markets) ซึ่งอาจเปิดทางให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคริปโตแบบถูกกฎหมายมากขึ้น

ข้อมูลจากโซเชียลและ On-chain

กิจกรรม On-chain ให้สัญญาณที่ผสมผสานกันค่ะ แม้เทรนด์ใหญ่จะเป็นขาลง แต่การเปิดตัว Spot HYPE ETF นั้นแข็งแกร่งมาก ข้อมูลจาก Kairos Research ระบุว่า ETF เหล่านี้ดูดซับ Market Cap ของ Hyperliquid ไป 1.04% ภายในเวลาเพียง 10 วันทำการ ซึ่งเร็วกว่าตอนเปิดตัวของ Bitcoin (0.59%), Ethereum (0.41%) และ Solana (0.31%) เสียอีก แสดงว่าสถาบันมีความต้องการในสินทรัพย์ตัวนี้สูงมาก

ส่วนการบังคับใช้กฎหมายในเอเชียก็เป็นข่าวใหญ่ อัยการเกาหลีใต้จับกุมผู้ต้องหาในคดี Rug Pull ของเหรียญมีม CATFI บน Solana ได้เป็นครั้งแรก ผู้ต้องหาที่ใช้ชื่อ "Eth Father" ถูกกล่าวหาว่าปั่นราคาและขโมยเงินนักลงทุนไปประมาณ 260,000 ดอลลาร์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการดำเนินคดีอาญากับการโกงใน DEX เริ่มเข้มข้นขึ้น ซึ่งในระยะยาวอาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในโลก DEX ได้

เจาะลึก Altcoin

Hyperliquid คือดาวเด่นของวันนี้เลยค่ะ ในขณะที่เหรียญ Top 10 ส่วนใหญ่ติดลบ แต่ HYPE กลับบวก 2.10% ไปที่ 62.8 ดอลลาร์ แรงส่งนี้มาจากความสำเร็จของการเปิดตัว Spot ETF อย่างชัดเจน การที่มันดูดซับ Market Cap ได้เร็วกว่า BTC หรือ SOL ในช่วง 10 วันแรก บอกเราว่ามีความต้องการที่กระจุกตัวสูงมาก ในตลาดที่ Altcoins ส่วนใหญ่ถูก Bitcoin กลบหมด HYPE กลับมีตัวเร่งเฉพาะตัวที่ทำให้มันแยกตัวออกจากขาลงของตลาดได้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

สำหรับเทรดเดอร์ จุดที่ต้องโฟกัสตอนนี้คือระดับ 75,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin ค่ะ ถ้าการเทขายจากสถาบันใน Spot ETF ยังไม่หยุด แนวรับทางจิตวิทยานี้จะถูกทดสอบแน่นอน และการเทรด Dark Pool มูลค่า 1.29 พันล้านดอลลาร์นั้นบอกฉันว่า รายใหญ่บางส่วนกำลัง Hedging หรือถอนตัว ซึ่งมักจะเป็นสัญญาณนำไปสู่การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

เซกเตอร์ DeFi ก็อยู่ในจุดเปลี่ยน ถ้ามีโปรโตคอลถูกโจมตีด้วย AI มากขึ้น เราอาจเห็นการย้ายเงินจาก On-chain Finance กลับเข้าสู่ Centralized Exchange อีกครั้ง ให้จับตาดูค่า Gas ของ Ethereum ไว้ค่ะ ถ้ายังต่ำแบบนี้ต่อไป มันสะท้อนถึงการขาดการใช้งานและความต้องการ ซึ่งจะกดดันราคา ETH ให้ต่ำลง สุดท้ายคือการคว่ำบาตร HTX ของอังกฤษ อาจเป็นสัญญาณบอกเหตุให้ประเทศตะวันตกอื่นๆ ทำตาม ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องทั่วโลกถูกแบ่งแยกออกจากกันมากขึ้น

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | วอลลุ่ม Stablecoin พุ่งสูงขึ้น | 26 พฤษภาคม 2026
Sigrid Voss·

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต | วอลลุ่ม Stablecoin พุ่งสูงขึ้น | 26 พฤษภาคม 2026

ภาพรวมตลาด

ตอนนี้ตลาดคริปโตอยู่ในช่วงพักตัวแบบ neutral หรือทรงตัวครับ Market Cap รวมอยู่ที่ 2.58 ล้านล้านดอลลาร์ แทบไม่ขยับเลยใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้ราคาจะดูนิ่งๆ หรือออกไปทางขาลงเล็กน้อย แต่ผมเห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอยู่ใต้ผิวน้ำ วอลลุ่ม Spot เพิ่มขึ้น 10.39% เป็น 7.04 หมื่นล้านดอลลาร์ และที่สำคัญคือวอลลุ่ม Stablecoin พุ่งขึ้นเกือบ 14% แตะ 7.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ในประสบการณ์ของผม การที่ Stablecoin เคลื่อนไหวเยอะแบบนี้ มักหมายความว่าเทรดเดอร์กำลังเฮดจ์พอร์ต หรือไม่ก็ย้ายเงินมาถือรอจังหวะเข้าซื้อรอบใหม่

ดัชนี Fear and Greed Index อยู่ที่ 40-41 ซึ่งสะท้อนความไม่มั่นใจของตลาดได้ชัดเจนมาก และมันก็ลามไปถึงตลาด Derivatives ด้วย โดยที่ Open Interest ของ Perpetual ยังสูงถึง 4.70 แสนล้านดอลลาร์ แต่วอลลุ่มรวมกลับลดลง 1.55% พูดง่ายๆ คือทุกคนกำลังกลั้นหายใจรอปัจจัยบวกหรือลบที่จะมาทำลายความเงียบนี้ครับ

Bitcoin ยังคงคุมเกมไว้ได้ โดย BTC dominance นิ่งอยู่ที่ 60.02% ส่วน Altcoin Season Index อยู่ที่ 36 ซึ่งยืนยันว่าเงินยังไม่ไหลเข้าเหรียญเล็กๆ และเมื่อดูดัชนี CMC20 กับ CMC100 ก็เห็นชัดว่าเหรียญส่วนใหญ่แทบไม่ขยับตามพี่ใหญ่เลย

Bitcoin และ Ethereum

Bitcoin daily market structure chart for the crypto market overview

Bitcoin เทรดอยู่ที่ 77,401.23 ดอลลาร์ ลดลง 0.09% ในรอบวัน ผมมองว่า BTC กำลังหลงทางและหาทิศทางไม่เจอ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงินทุนสถาบันไหลออกอย่างหนัก โดย Crypto ETPs มีเงินไหลออกเพิ่มเป็น 1.47 พันล้านดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของปี 2026 เลยก็ว่าได้ สิ่งนี้ทำให้ผมกังวลว่าพวกกองทุนเริ่มเปลี่ยนโหมดเป็น risk-off หรือเลี่ยงความเสี่ยงกันแล้ว ส่วน Implied Volatility อยู่ที่ 36.21% คือระวังตัวแต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก

ทางด้าน Ethereum ราคาอยู่ที่ 2,125.95 ดอลลาร์ บวกขึ้นมานิดหน่อย 0.54% แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็นคือ On-chain เงียบเหงามาก ค่า Gas ของ ETH ต่ำเตี้ยอยู่ที่ 0.16 Gwei ซึ่งบอกเราว่าคนแทบไม่ได้ใช้ dApps เลย Ethereum dominance อยู่ที่ 9.93% และมีความผันผวน (Implied Volatility) สูงกว่า BTC ที่ 49.50% แสดงว่าเทรดเดอร์คาดหวังการเหวี่ยงของราคาที่รุนแรงกว่าในเหรียญนี้

ราคาคริปโตที่น่าสนใจ

Bitcoin ยังครองอันดับหนึ่งที่ 77,401.23 ดอลลาร์ (-0.09%) ตามมาด้วย Ethereum ที่ 2,125.95 ดอลลาร์ (+0.54%) ส่วน BNB เทรดที่ 662.54 ดอลลาร์ (+0.21%) และ XRP อยู่ที่ 1.35 ดอลลาร์ (-0.24%) สำหรับ Solana ย่อลงมาที่ 85.53 ดอลลาร์ (-0.50%) ส่วน TRON เป็นตัวที่แข็งแกร่งในกลุ่ม โดยบวก 1.61% ไปที่ 0.3720 ดอลลาร์ และสุดท้าย Hyperliquid ผันผวนหนัก ร่วงลง 3.21% มาอยู่ที่ 61.4 ดอลลาร์

ข่าวที่ส่งผลต่อตลาดวันนี้

ธีมหลักของวันนี้คือ "สถาบันกลัวความเสี่ยง" การที่เงินไหลออกจาก ETP อย่างต่อเนื่องทำให้เกิดเพดานที่กั้นไม่ให้ Bitcoin ดีดตัวขึ้นได้ในระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องแรงกดดันด้านกฎระเบียบในตลาดเกิดใหม่ อย่างอินโดนีเซียที่สั่งบล็อก Polymarket โดยระบุว่าตลาดพยากรณ์คือการพนัน ซึ่งผมมองว่านี่คือสัญญาณเตือนสำหรับสาย DeFi ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ารัฐบาลเริ่มเพ่งเล็งแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับการเดิมพันมากขึ้น เราเคยเขียนเรื่อง กำหนดการคริปโตของทำเนียบขาว ไว้ ลองไปอ่านย้อนหลังเพื่อดูบริบทภาพรวมได้ครับ

แต่ในมุมโครงสร้าง Stablecoin กำลังกลายเป็นขุมพลังทางการเงินระดับโลก มูลค่าตลาด Stablecoin พุ่งถึง 3.18 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งตอนนี้มากกว่าทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของ 95 ประเทศรวมกันเสียอีก และการที่จอร์เจียเลือกใช้ Tether เป็น Stablecoin อย่างเป็นทางการภายใต้การรับรองของรัฐบาล ยิ่งตอกย้ำว่าแม้การเก็งกำไรจะนิ่ง แต่การใช้งานในระดับรัฐและสถาบันกำลังเติบโต

ส่วนเรื่อง Tokenization ก็ยังเดินหน้าต่อ โดย Prometheum เน้นเจาะกลุ่ม Wall Street เพื่อนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าถึงคนหมู่มาก ผมเคยอธิบายเรื่อง หุ้น Tokenized คืออะไร ไว้ ซึ่งจะเห็นว่าโลกการเงินดั้งเดิมกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานบน On-chain อย่างจริงจัง

สุดท้ายคือเรื่องความปลอดภัยที่ยังเป็นจุดอ่อน มีการเจาะระบบโมดูล Third-party ทำให้ Safe wallets เสียเงินไป 3.2 ล้านดอลลาร์ และมีแคมเปญ Phishing ผ่านโฆษณา Google ปลอมของ Uniswap ที่โกงเงินไปแล้ว 4 แสนดอลลาร์ เรื่องนี้เตือนใจผมเสมอว่า ต่อให้เทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน แต่ช่องโหว่ในเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานก็ยังมีอยู่จริง

ข้อมูลจากโซเชียล

บรรยากาศในโซเชียลตอนนี้ผสมปนเปกันระหว่างความกังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางเทคนิค มีรายงานจาก @DeItaone เกี่ยวกับคำพูดของผู้นำสูงสุดอิหร่านเรื่องฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงระดับ Macro ปกติแล้วความไม่สงบในตะวันออกกลางมักทำให้คนวิ่งหา Safe Haven ซึ่งอาจจะดัน Bitcoin ให้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง หรือไม่ก็ทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดทิ้งไปเลย

ในมุมเทคนิค @rektcapital ตั้งคำถามว่า Bitcoin ยังอยู่ในตลาดกระทิงอยู่หรือเปล่า? ซึ่งผมว่ามันสะท้อนความอัดอั้นของเทรดเดอร์ที่เห็นราคาหยุดนิ่งในขณะที่เงินสถาบันไหลออก ขณะเดียวกัน @WuBlockchain รายงานว่า Hyperliquid ระงับการถอนเงินเนื่องจากปัญหาความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้ให้บริการสภาพคล่องรายใหญ่ และน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคา HYPE ร่วงลง 3.21% ในวันนี้

สปอตไลท์เหรียญ Altcoin

วันนี้ต้องพูดถึง Hyperliquid แม้จะเป็นข่าวร้ายก็ตาม ทั้งเรื่องราคาที่ร่วงและข่าวระงับการถอนเงินจาก @WuBlockchain แต่ตัวโปรโตคอลเองพยายามจะเบี่ยงความสนใจด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เดิมพันผลลัพธ์ Macro เพื่อแข่งกับ Polymarket โดยใช้ Validator แทน UMA ในการตัดสินข้อพิพาท ซึ่งในเชิงเทคนิคก็น่าสนใจดี แต่สำหรับผมตอนนี้ ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยและการแช่แข็งสภาพคล่องทำให้เหรียญนี้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากในระยะสั้น

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

จุดสำคัญคือระดับ 77,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin จะรับอยู่ไหม หรือว่าเงินที่ไหลออกจาก ETP จะลากให้ราคาปรับฐานลึกกว่านี้ ระดับ Dominance ที่ 60% คือเพดานทางจิตวิทยา ถ้า BTC dominance เริ่มลดลงในขณะที่ราคายังนิ่ง อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการหมุนเงินเข้าสู่ Altcoin แบบกล้าๆ กลัวๆ

นอกจากนี้ ให้ตามผลกระทบจากเหตุการณ์ Hyperliquid ถ้าผู้ให้บริการสภาพคล่องรายอื่นโดนด้วย หรือการระงับการถอนเงินลากยาวเกินไป อาจเกิดโดมิโนในเซกเตอร์ DeFi ได้ และสุดท้าย อย่าลืมดูวอลลุ่ม Stablecoin ถ้าเงินที่พุ่งขึ้นมานี้เปลี่ยนเป็นแรงซื้อ ETH หรือ SOL อย่างดุดัน ช่วงเวลาที่ตลาดนิ่งๆ แบบนี้อาจจะจบลงด้วยทิศทางขาขึ้นก็ได้ครับ