DeFi เริ่มจ่ายเงินจริงให้ผู้ใช้แล้ว มาดูว่าเงินไหลไปที่ไหน

Sigrid Voss
Sigrid Voss ·

DeFi เริ่มจ่ายเงินจริงให้ผู้ใช้แล้ว มาดูว่าเงินไหลไปที่ไหน

ฉันยังจำช่วงแรกๆ ของการทำ yield farming ในปี 2020 ได้ดี ตอนนั้นตัวเลข APY ดูเหมือนพิมพ์ผิดยังไงอย่างงั้น คุณจะเห็นผลตอบแทน 1,000% แล้วคิดว่าตัวเองเจอช่องโหว่ทำเงินเข้าแล้ว แต่ความจริงคือคุณแค่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเหรียญที่โปรโตคอลเสกขึ้นมาจากอากาศ พอถึงจุดที่ทุกคนพยายามถอนเงินออก ราคาก็พังทลาย และ "กำไร" เหล่านั้นก็หายวับไปกับตา ตอนนี้เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลง ตลาดเริ่มแยกออกแล้วว่าอะไรคือเหรียญล่อใจ และอะไรคือ real yield ซึ่งเรื่องนี้กำลังตัดสินว่าโปรโตคอลไหนจะอยู่รอด สำหรับใครที่อยากได้ข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติม ฉันเคยเขียนไว้ในบทความ DeFi volume just exploded 1000% while the market is flat. Here is where the money is actually going

คำตอบแบบสั้นๆ

เหรียญล่อใจ (Token incentives) ก็เหมือนโบนัสตอนสมัครสมาชิกคาสิโน มันดูดีจนกว่าคุณจะรู้ว่าเจ้ามือแค่พิมพ์ชิปปลอมออกมาเพื่อให้คุณยอมก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ส่วน real yield คือรายได้จริงๆ ซึ่งมักจะมาในรูปแบบของค่าธรรมเนียมการเทรดหรือดอกเบี้ย ที่จ่ายให้ผู้ใช้จากเงินที่โปรโตคอลหามาได้จริงๆ อย่างหนึ่งคือค่าการตลาด แต่อีกอย่างคือโมเดลธุรกิจ

มันทำงานยังไงกันแน่

หลายปีที่ผ่านมา DeFi เติบโตผ่านสิ่งที่เรียกว่า "liquidity mining" โปรเจกต์จะให้เหรียญของตัวเองแก่คุณเพียงแค่คุณล็อกสินทรัพย์ไว้ สิ่งนี้สร้างวงจรที่เลวร้าย ราคาเหรียญพุ่งเพราะกระแส คนก็แห่มาฟาร์มเพิ่ม ซัพพลายเหรียญล้นตลาด แล้วราคาก็ร่วง ฉันเห็นเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันแทบจะเป็นแชร์ลูกโซ่ที่หุ้มด้วยโค้ด smart contract ดีๆ นี่เอง

แต่ real yield ต่างออกไปเพราะมันมาจากแหล่งที่ยั่งยืน ลองดู Hyperliquid หรือ Pump.fun พวกเขาไม่ได้แค่พิมพ์เหรียญออกมาเพื่อให้คนสนใจ แต่กำลังสร้างรายได้มหาศาลจากกิจกรรมการเทรดและค่าธรรมเนียมจริงๆ เมื่อโปรโตคอลคืนเงินเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ให้ผู้ถือเหรียญจากกำไรจริงๆ มันไม่ใช่แค่การตลาด แต่มันคือการแบ่งผลกำไร

จากประสบการณ์ของฉัน โมเดลที่ยั่งยืนที่สุดมักจะมีตรรกะง่ายๆ แบบนี้:

  • โปรโตคอลให้บริการบางอย่าง (เทรด, ให้กู้, แลกเปลี่ยน)
  • ผู้ใช้จ่ายค่าบริการนั้นด้วย stablecoin หรือสินทรัพย์หลักอย่าง ETH
  • รายได้นั้นจะถูกแบ่งให้กับผู้ถือเหรียญหรือผู้ให้บริการสภาพคล่อง (liquidity providers)

จุดที่มือใหม่มักพลาด

ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันเห็นมือใหม่ทำ คือการสับสนระหว่าง APY สูงๆ กับการลงทุนที่ได้กำไร ถ้าโปรโตคอลให้ผลตอบแทน 50% แต่จ่ายเป็นเหรียญที่ราคาลดลง 90% แปลว่าคุณไม่ได้กำไร 50% แต่คุณขาดทุน

ฉันยังสังเกตเห็นคนจำนวนมากที่มองข้าม "อัตราการปล่อยเหรียญ" (emission rate) ถ้าโปรเจกต์จ่ายเหรียญให้คุณเยอะ แต่ในขณะเดียวกันก็เทเหรียญใหม่ออกมาในตลาดวันละหลายล้านเหรียญ สัดส่วนการถือครองของคุณในเครือข่ายก็ถูกทำให้เจือจางลง มันเหมือนคุณกำลังวิ่งบนลู่วิ่งที่เลื่อนถอยหลังนั่นแหละ

อีกหนึ่งสัญญาณอันตรายคือ "ระยะเวลาล็อก" (lock-up period) บางโปรโตคอลบังคับให้คุณล็อกเงินไว้นานหลายเดือนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูง ในตลาดที่ผันผวนแบบนี้ถือเป็นความเสี่ยงมหาศาล ฉันเคยเห็นคนพลาดโอกาสขายที่จุดสูงสุดของรอบ เพราะเงินถูกขังอยู่ในฟาร์ม "ผลตอบแทนสูง" ที่กลายเป็นกับดักราคาในที่สุด

วิธีนำไปใช้จริง

ถ้าคุณอยากหาเงินที่แท้จริง ให้เลิกดูแค่ APY แล้วเริ่มดูที่รายได้ (revenue) แทน ลองเช็คว่าโปรโตคอลมี dashboard ที่แสดงให้เห็นไหมว่าเขาทำเงินจากค่าธรรมเนียมได้เท่าไหร่ ถ้ารายได้โตขึ้นแต่จำนวนเหรียญในระบบคงที่ นั่นคือสัญญาณที่แข็งแกร่ง

ช่วงนี้ฉันติดตามปริมาณการซื้อขายใน DeFi และเห็นชัดว่าเงินกำลังหมุนเวียน เราเห็นเงินไหลออกจากยักษ์ใหญ่รุ่นเก่าจำนวนมาก อย่างที่ฉันเคยพูดไว้ในบทความ why Aave is losing billions to Spark เงินกำลังเคลื่อนที่ไปหาประสิทธิภาพและการจ่ายผลตอบแทนที่จับต้องได้

ถ้าคุณเริ่มย้ายสินทรัพย์ไปไว้ในโปรโตคอลเหล่านี้ อย่าทิ้งเงินไว้ใน exchange ฉันชอบใช้ hardware wallet สำหรับอะไรก็ตามที่กะจะถือไว้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ฉันใช้ Ledger Nano Gen5 เพราะราคาจับต้องได้ที่ประมาณ 99 ดอลลาร์ และหน้าจอ E Ink ช่วยให้ลดโอกาสที่จะเผลอไปเซ็นสัญญา DeFi ที่เป็นอันตรายได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับวันนี้:

  1. มองหาโปรโตคอลที่มีแหล่งรายได้ที่พิสูจน์ได้จริง
  2. คำนวณผลตอบแทนเป็น USD ไม่ใช่เป็นจำนวนเหรียญของโปรเจกต์
  3. ย้ายสินทรัพย์ที่ถือยาวออกจาก exchange มาเก็บใน cold storage

เทรดตามข่าวสารที่ทีมกองบรรณาธิการของเราเลือกมาให้ที่: MEXC


Related Tickers

HYPERLIQUIDPUMPAAVEUNI

Sigrid Voss

Sigrid Voss

นักวิเคราะห์และนักเขียนด้านคริปโตเคอร์เรนซี ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องแนวโน้มตลาด กลยุทธ์การซื้อขาย และเทคโนโลยีบล็อกเชน


อ่านเพิ่มเติม

VanEck เปิดตัว spot BNB ETF แล้ว แต่ฉันว่าจังหวะนี้มันแปลกๆ

VanEck เปิดตัว spot BNB ETF แล้ว แต่ฉันว่าจังหวะนี้มันแปลกๆ

การที่ VanEck เปิดตัว spot BNB ETF ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงกฎหมาย แต่จังหวะเวลากลับดูไม่ค่อยดีนัก เมื่อดูจาก Fear and…

Sigrid Voss·

เหรียญส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ล้มเหลว วิธีดูโปรเจกต์คริปโตที่มีรายได้จริงและยั่งยืน

เหรียญคริปโตจำนวนมากล้มเหลวเพราะคำสัญญาที่เกินจริงและขาดมูลค่าที่ยั่งยืน บทความนี้จะเผยวิธีมองหาโปรเจกต์ที่มีอนาคตจริงๆ…

Sigrid Voss·

Bitcoin หลุดเส้น 21-week EMA แล้ว พื้นที่รับถัดไปอยู่ที่ไหนกันแน่

Bitcoin เพิ่งหลุดระดับเทคนิคสำคัญอย่าง 21-week EMA ซึ่งส่งสัญญาณว่าโมเมนตัมอาจเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง…

Sigrid Voss·
สรุปภาวะตลาดคริปโต: ความกังวลเรื่องความปลอดภัย DeFi พุ่งสูง | 27 พฤษภาคม 2026

สรุปภาวะตลาดคริปโต: ความกังวลเรื่องความปลอดภัย DeFi พุ่งสูง | 27 พฤษภาคม 2026

ภาพรวมตลาดคริปโตตอนนี้อยู่ในเทรนด์ขาลงระยะสั้น โดย Market Cap รวมลดลง 1.89% ท่ามกลางความกังวลเรื่องความปลอดภัยของ DeFi…

Sigrid Voss·