ตลาดกลัวแต่โวลุ่มพุ่ง วิธีเทรดคริปโตช่วง Fear and Greed ที่คุณต้องรู้

ตลาดกลัวแต่โวลุ่มพุ่ง วิธีเทรดคริปโตช่วง Fear and Greed ที่คุณต้องรู้

Sigrid Voss
Sigrid Voss ·

ตลาดกลัวแต่โวลุ่มพุ่ง วิธีเทรดคริปโตช่วง Fear and Greed ที่คุณต้องรู้

ดัชนี Fear & Greed เพิ่งดีดมาอยู่ที่ 38 ซึ่งถือว่าอยู่ในโซน "กลัว" (Fear) แบบเต็มตัว แต่มีจุดหนึ่งที่ทำให้ฉันสะดุดตา คือปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงพุ่งขึ้น 16.32% ไปแตะ 1.38 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Market Cap รวมลดลงเพียง 1.24% ความย้อนแย้งนี้บอกฉันว่ามีบางอย่างที่น่าสนใจกำลังเกิดขึ้น และถ้าคุณกำลังพยายามหาวิธีเทรดคริปโตช่วง Fear and Greed นี่คือเซตอัปที่คุณต้องทำความเข้าใจให้ดี

ฉันเคยเห็นรูปแบบนี้มาก่อน เวลาที่ราคาไหลลงช้าๆ โดยไม่มีโวลุ่ม นั่นคือการค่อยๆ เลือดไหล (quiet bleed) ไม่มีใครตื่นตระหนก แค่เป็นการกระจายของออกช้าๆ แต่พอความกลัวพุ่งสูงขึ้นพร้อมกับโวลุ่มมหาศาลแบบนี้ มันต่างออกไป เพราะมันหมายความว่ามีคนกำลังเทขายอย่างหนัก และในขณะเดียวกันก็มีคนกล้าช้อนซื้ออย่างดุดัน คำถามคือ คุณอยากอยู่ฝั่งไหน

เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ฉันจะกางตัวเลขให้ดู เพราะตัวเลขพวกนี้บอกความจริงได้มากกว่าพาดหัวข่าว

Market Cap รวมอยู่ที่ 2.52 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 1.24% ใน 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ให้ดูที่กิจกรรมการเทรด Spot volume พุ่งไปที่ 1.38 แสนล้านดอลลาร์ ส่วน Derivatives volume ระเบิดไปถึง 8.59 แสนล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 16.86%) และฝั่ง DeFi volume ก็ขยับขึ้น 17.99% ไปที่ 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้โวลุ่ม Stablecoin ยังกระโดดขึ้น 9.58% ไปที่ 1.77 แสนล้านดอลลาร์ด้วย

Bitcoin Dominance ขยับขึ้นเป็น 59.91% และ Altcoin Season Index อยู่ที่ 36 จาก 100 ซึ่งเป็นโซนกลางๆ และยังห่างไกลจากระดับ 75 ที่จะบอกว่าเป็นฤดูกาลของเหรียญทางเลือก สรุปง่ายๆ คือเงินกำลังไหลกลับเข้า Bitcoin ไม่ได้ไหลออก

ส่วนค่า Gas ของ ETH อยู่ที่ 0.74 Gwei สำหรับธุรกรรมแบบช้า ซึ่งต่ำมาก สิ่งนี้บอกฉันว่ากิจกรรมบน On-chain นั้นเงียบเหงา แม้ว่าโวลุ่มการเทรดจะเดือดแค่ไหนก็ตาม คนส่วนใหญ่เทรดกันบน Exchange ไม่ได้ย้ายสินทรัพย์บนเชน

วิธีเทรดคริปโตช่วง Fear and Greed เมื่อโวลุ่มสวนทางกับราคา

โวลุ่มที่พุ่งสูงในช่วงที่คนกลัวสร้างโอกาสเฉพาะตัว แต่มันก็เป็นกับดักได้เหมือนกัน

เมื่อโวลุ่มในตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) สูงกว่า Spot มากๆ แบบนี้ แสดงว่าผู้เล่นสายเลเวอเรจคือตัวขับเคลื่อนหลัก คนกลุ่มนี้จะถูกล้างพอร์ต (Liquidated) ได้ง่ายและเร็ว ซึ่งจะสร้างไส้เทียนยาวๆ ทั้งสองทิศทาง ฉันเห็นเทรดเดอร์หลายคนพยายามจะ "ช้อนจุดต่ำสุด" ในเซตอัปแบบนี้ แล้วก็ต้องโดน Stop loss เพราะเกิด Liquidation cascade ลากราคาลงไปอีก 5% ก่อนที่มันจะดีดกลับจริงๆ

กลยุทธ์ที่ฉลาดในตอนนี้ไม่ใช่การเดาจุดต่ำสุด แต่คือการตระหนักว่า "ความกลัวที่มีโวลุ่ม" หมายถึงมีสภาพคล่อง (Liquidity) คุณสามารถเข้าและออกจากสถานะได้โดยที่ Slippage ไม่กินเงินคุณจนหมด ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติในตลาดที่เงียบเหงา

ถ้าคุณอยากสะสมเหรียญในช่วงที่คนกลัว คุณต้องใช้ Exchange ที่ไม่กินค่าธรรมเนียมจนหมดกำไร ฉันใช้ MEXC ในช่วงที่ตลาดผันผวน เพราะเขาคิดค่า Maker fee 0% สำหรับ Spot trading เวลาที่คุณตั้ง Limit order รอช้อนตอนย่อ ค่าธรรมเนียมศูนย์เปอร์เซ็นต์นี้ช่วยประหยัดเงินได้เยอะเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน 0.1% ของที่อื่น แถมเขามีเหรียญให้เลือกกว่า 2,800 เหรียญ คุณจึงไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่แค่ BTC หรือ ETH

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันระวังมาก คือถ้าคุณซื้อในช่วงที่คนกลัว คุณต้องทนกับ Noise ของราคาให้ได้ นั่นหมายความว่าเมื่อสะสมได้ตามเป้าแล้ว ควรย้ายสินทรัพย์ออกจาก Exchange ฉันเก็บเหรียญระยะยาวไว้ใน Ledger Nano S Plus ราคาประมาณ 79 ดอลลาร์ ให้ความปลอดภัยระดับ CC EAL6+ และเก็บ Private keys ไว้แบบ Offline หลังจากที่ฉันทำข่าวเรื่อง Exchange ถูกแฮ็กในปี 2021 ฉันตั้งกฎกับตัวเองเลยว่า ถ้าจะถือเกินหนึ่งเดือน ต้องเก็บใน Cold storage เท่านั้น

สิ่งที่ฉันกำลังจับตามองต่อไป

มี 3 อย่างที่จะบอกฉันว่า ความกลัวครั้งนี้คือโอกาสซื้อ หรือเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่หนักกว่าเดิม

หนึ่ง ฉันต้องเห็น BTC Dominance ยืนเหนือ 59% ถ้ามันเริ่มร่วงในขณะที่ราคายังอ่อนแอ นั่นหมายความว่าเงินกำลังไหลออกจากโลกคริปโตทั้งหมด ไม่ใช่แค่ย้ายไปเหรียญ Altcoins ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตรายกว่า

สอง จับตาโวลุ่ม Derivatives ถ้ามันยังสูงในขณะที่ราคาเริ่มนิ่ง แสดงว่าเลเวอเรจกำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งดีต่อการขึ้นรอบต่อไป แต่ถ้าโวลุ่มอนุพันธ์พังทลายลงพร้อมกับราคาที่ร่วง นั่นคือการ Deleveraging และเราอาจเห็นจุดต่ำสุดที่ลึกกว่านี้

สาม ฉันตามโวลุ่ม Stablecoin การเพิ่มขึ้น 9.58% ไปที่ 1.77 แสนล้านดอลลาร์ บอกว่าเทรดเดอร์กำลังถอยไปตั้งหลัก การที่ Stablecoin Dominance เพิ่มขึ้นมักหมายถึงมีเงินรออยู่ข้างสนาม ในระยะสั้นอาจดู Bearish แต่ระยะกลางคือ Bullish เพราะสุดท้ายเงินก้อนนี้ต้องถูกนำมาใช้ซื้ออะไรบางอย่าง

ค่า Gas ของ ETH ที่ต่ำบอกฉันว่าผู้ใช้ On-chain ไม่ได้ตื่นตระหนก พวกเขาแค่ถือเฉยๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี เพราะปกติเวลาคนแห่เทขายจริงๆ เราจะเห็นค่า Gas พุ่งสูงเพราะทุกคนรีบย้ายสินทรัพย์

บทสรุป

ความกลัวที่มีโวลุ่ม ดีกว่าความกลัวที่ไม่มีโวลุ่มเสมอ เพราะคุณมีสภาพคล่อง มีความผันผวน และมีสัญญาณชัดเจนว่าตลาดกำลังปรับราคาใหม่ ไม่ใช่การค่อยๆ เลือดไหลจนตาย

แต่อย่าสับสนว่านี่คือจุดต่ำสุดที่การันตีแล้ว ฉันไม่ได้บอกว่านี่คือจุดต่ำสุด แต่ฉันบอกว่าเซตอัปนี้เข้าทางเทรดเดอร์ที่บริหารความเสี่ยงเป็น และสายสะสมที่ใช้วิธี DCA ผ่านเสียงรบกวนของตลาด ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องการความแน่นอน 100% แนะนำให้รอดูข้างนอก แต่ถ้าคุณรับได้ที่เห็นพอร์ตติดลบ 10% ก่อนที่ราคาจะวิ่ง นี่แหละคือที่ที่โอกาสซ่อนอยู่

ฉันเทรดในเซตอัปแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2019 และครั้งที่ทำกำไรได้ดีที่สุด มักจะเป็นครั้งที่รู้สึกแย่ที่สุดในขณะนั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าให้ All-in ให้เริ่มจากน้อยๆ ใช้ Limit order และเผื่อที่ว่างไว้เติมของถ้าราคามันลงไปอีก

ตลาดกำลังบอกอะไรบางอย่างผ่านโวลุ่มที่พุ่งขึ้นนี้ ฟังมันให้ดี


Related Tickers


Sigrid Voss

Sigrid Voss

นักวิเคราะห์และนักเขียนด้านคริปโตเคอร์เรนซี ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องแนวโน้มตลาด กลยุทธ์การซื้อขาย และเทคโนโลยีบล็อกเชน


อ่านเพิ่มเติม

สรุปความร่วมมือ Securitize และ Computershare: การเปลี่ยนหุ้นให้เป็นโทเคนทำงานยังไงกันแน่

สรุปความร่วมมือ Securitize และ Computershare: การเปลี่ยนหุ้นให้เป็นโทเคนทำงานยังไงกันแน่

เทรนด์การนำหุ้นมาทำเป็นโทเคน (Tokenized Stocks) ที่ยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock กำลังผลักดัน จริงๆ…

Sigrid Voss·

แคนาดาสั่งแบนตู้ Crypto ATM: สัญญาณเตือนถึงการเข้าถึงคริปโตของรายย่อย

การที่แคนาดาสั่งแบนตู้ Crypto ATM เป็นสัญญาณชัดเจนว่าทั่วโลกกำลังเริ่มปราบปรามช่องทางการเข้าถึงคริปโตที่ง่ายเกินไป…

Sigrid Voss·

State Street กับ OKX กำลังเปลี่ยนระบบหลังบ้านเป็นโทเคน และนี่คือจุดเปลี่ยนของโลกการเงิน

State Street และ OKX กำลังนำร่องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกคริปโตด้วยการนำระบบหลังบ้าน (back-office) มาทำ tokenization…

Sigrid Voss·

รายได้คริปโตของ Robinhood ร่วง 47% หรือว่ารายย่อยกำลังเลิกเทรดคริปโต?

รายได้จากคริปโตของ Robinhood ดิ่งลงถึง 47% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความสนใจของนักลงทุนรายย่อยอาจกำลังเปลี่ยนไป…

Sigrid Voss·