
ตลาดดูเหมือนกำลังจะฟื้นตัว แต่ถ้าลองเจาะดูตัวเลขข้างใน ผมว่ามันเล่าเรื่องที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เรากำลังเห็นความย้อนแย้งที่น่ากลัว คือ Market Cap รวมกำลังขยับขึ้น แต่ดัชนี Fear & Greed กลับร่วงไปอยู่ที่ 15 ซึ่งน่าขนลุกมาก สำหรับผม เวลาที่เห็น "ความกลัวสุดขีด" (extreme fear) มาคู่กับราคาที่พุ่งขึ้น มันมักจะหมายความว่าการขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นสัญญาณเตือน คุณต้องแยกให้ออกระหว่าง Spot กับ Perpetual Futures แบบง่ายๆ คือ Spot คือการที่คุณซื้อเหรียญจริงๆ และถือครองมันไว้ ส่วน Perpetual Futures คือการเดิมพันราคาโดยใช้ Leverage เพื่อทวีคูณกำไร (และขาดทุน) ตอนนี้วอลลุ่ม Derivatives พุ่งไปถึง 7.6387 แสนล้านดอลลาร์ ในขณะที่วอลลุ่ม Spot มีแค่ 8.46 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น ช่องว่างที่ห่างกันลิบลับแบบนี้บอกผมว่า "การฟื้นตัว" ครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยเหล่านักพนัน ไม่ใช่นักลงทุน ซึ่งผมเคยเขียนวิเคราะห์เรื่อง สัญญาณวอลลุ่ม Derivatives ร่วง ไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน
เวลาที่วอลลุ่ม Spot สูง มันหมายความว่าคนกำลังสะสมสินทรัพย์เพื่อถือยาว ซึ่งจะช่วยสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่ง แต่พอวอลลุ่ม Derivatives ใหญ่กว่า Spot หลายเท่า ราคาจะถูกดันขึ้นด้วย Leverage แทน
จากประสบการณ์ของผม นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของแรลลี่ "ปลอมๆ" เทรดเดอร์จะเปิดสถานะ Long จำนวนมากด้วยเงินกู้ ซึ่งจะดันราคาให้สูงขึ้น และดึงดูดให้คนใช้ Leverage มากขึ้นไปอีกจนกลายเป็นวงจรป้อนกลับ แต่เพราะความต้องการซื้อในตลาด Spot จริงๆ นั้นต่ำ จึงไม่มีแนวรับที่แท้จริง ทันทีที่ราคาขยับลงเพียงนิดเดียว สถานะที่ใช้ Leverage เหล่านี้จะแตะราคา Liquidation และจุดชนวนการขายทิ้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราเรียกว่า Liquidation Cascade หรือการล้างพอร์ตแบบโดมิโน
ผมเคยเห็นแพทเทิร์นนี้มาแล้ว จำได้ว่าเคยเขียนถึง กับดักการเทรดแบบ Leverage ที่ Open Interest สูงในช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวจนนำไปสู่ความผันผวนที่รุนแรง แต่ข้อมูลรอบนี้ดูจะแย่กว่าเดิม ด้วย Open Interest ของ Perpetual ที่สูงถึง 3.7674 แสนล้านดอลลาร์ ตลาดตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับถังดินปืนที่รอแค่ประกายไฟเพียงนิดเดียว
สำหรับใครที่เพิ่งเข้าวงการ ผมแนะนำให้จับตาดู Funding Rates ให้ดี ในตลาด Perpetual Futures จะมีการจ่ายค่าธรรมเนียมระหว่างฝั่ง Long และ Short เป็นระยะๆ เพื่อให้ราคาในสัญญาใกล้เคียงกับราคา Spot จริง
ถ้าทุกคนมองบวกและแห่กันเปิด Long ค่า Funding Rate จะกลายเป็นบวก ซึ่งฝั่ง Long ต้องจ่ายเงินให้ฝั่ง Short เพื่อรักษาตำแหน่งไว้ และถ้าค่านี้สูงเกินไป การถือสถานะ Long จะเริ่มแพงขึ้น จนเทรดเดอร์ต้องยอมปิดสถานะเพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียม ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันให้ราคาร่วงลง
ลองเอา Funding Rate ที่สูง มาบวกกับคะแนน Fear & Greed ที่ 15 ดูสิครับ มันคือสูตรสำเร็จของหายนะชัดๆ เรามีตลาดที่หวาดกลัวสุดขีด แต่กลับใช้ Leverage ฝั่งขาขึ้นอย่างหนัก ความย้อนแย้งนี้มักเป็นสัญญาณว่า "เงินฉลาด" (Smart Money) กำลังวางหมากรอรับการร่วงของราคา ในขณะที่รายย่อยกำลังพยายาม "รับมีด" ด้วย Leverage 100x
ผมกังวลเป็นพิเศษกับความผันผวนของ Ethereum ตอนนี้ Implied Volatility ของ ETH อยู่ที่ 69.93% ซึ่งสูงกว่า Bitcoin ที่ 49.72% อย่างเห็นได้ชัด หมายความว่าตลาดคาดว่า ETH จะสวิงรุนแรงกว่ามาก
ถ้าคุณเทรดสินทรัพย์ที่ผันผวนขนาดนี้ ต้องระวังเรื่องที่เก็บเงินให้ดี ผมเลี่ยงการทิ้งเงินก้อนใหญ่ไว้ใน Exchange ในช่วงที่ Leverage สูงๆ แบบนี้ เพราะถ้าเกิด Liquidation Cascade ขึ้นมา Exchange บางแห่งอาจจะแลคหรือค้างในช่วงที่ชุลมุน ผมเลือกใช้ Ledger Flex เพราะมีหน้าจอ E Ink ให้ตรวจสอบธุรกรรมได้ชัวร์ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเรื่อง Exchange ล้มละลายหรือโดนแฮ็ก มันเป็นตัวเลือกราคาปานกลางที่ช่วยให้ผมเก็บ Private Key ไว้แบบ Offline ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมหลับสบายในวันที่ตลาด Derivatives ไม่เสถียรแบบนี้
ผมไม่ได้บอกว่าตลาดจะพังพรุ่งนี้ แต่ผมกำลังบอกว่าการฟื้นตัวครั้งนี้มันสร้างขึ้นบนพื้นทราย S&P 500 ร่วง 2.58% และ NASDAQ ร่วง 4.80% ชี้ให้เห็นว่าภาพรวม Macro คือภาวะ Risk-off หรือการเลี่ยงความเสี่ยง ปกติคริปโตจะวิ่งตามเทรนด์นี้ แต่ตอนนี้ตลาด Derivatives กำลังพยายามฝืนกระแสด้วยการใช้ Leverage
ผมอยากเห็นการพุ่งขึ้นที่ "สุขภาพดี" คือราคาขึ้นแต่วอลลุ่ม Derivatives ลดลง เพราะนั่นแสดงถึงการเปลี่ยนจากเก็งกำไรเป็นการสะสมเหรียญจริงๆ แต่ตอนนี้เราเจอสิ่งที่ตรงกันข้าม คือการเดิมพันมหาศาล ความกลัวสุดขีด แต่ยอดซื้อจริงกลับตามไม่ทัน
ผมจะจับตาดู Market Cap รวมที่ 2.18 ล้านล้านดอลลาร์อย่างใกล้ชิด ถ้าราคาดิ่งลงแรงในขณะที่วอลลุ่ม Derivatives ยังสูง ให้เตรียมใจเจอการล้างพอร์ตฝั่ง Long อย่างรุนแรงได้เลย จนกว่าวอลลุ่ม Spot จะกลับมาสมดุลกับความบ้าคลั่งของ Derivatives ผมจะมองว่าการฟื้นตัวครั้งนี้คือกับดักครับ
Sigrid Voss
นักวิเคราะห์และนักเขียนด้านคริปโตเคอร์เรนซี ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องแนวโน้มตลาด กลยุทธ์การซื้อขาย และเทคโนโลยีบล็อกเชน
Bitcoin ETF เจอแรงเทขายหนัก เงินไหลออกกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนี้ ซึ่งขัดกับภาพจำเรื่อง "กำแพงเงินทุน" (wall of…
IPO Express ของ Bybit ช่วยให้รายย่อยเข้าถึงหุ้น IPO แบบ tokenized อย่าง SpaceX ได้ง่ายขึ้น…

สรุปภาพรวมตลาดคริปโตวันนี้ ราคาดูเหมือนจะฟื้นตัวแต่สวนทางกับความรู้สึกนักลงทุนอย่างสิ้นเชิง เมื่อดัชนี Fear and Greed…

เหตุการณ์ Binance โดนแฮกครั้งใหญ่และการที่ JuCoin ระงับการถอนเงิน ย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเก็บคริปโตไว้ในกระดานเทรด…