ฉันใช้เวลาช่วงไม่กี่ปีมานี้เฝ้ามองเส้นแบ่งระหว่างการเงินแบบดั้งเดิมกับคริปโตที่เริ่มจางลงเรื่อยๆ แต่สิ่งที่ Bybit ทำกับ IPO Express นี่ถือว่ากล้ามาก เพราะพวกเขากำลังเปิดทางให้เทรดเดอร์รายย่อยเข้าถึง SpaceX ได้โดยใช้ USDC ซึ่งถ้ามองผิวเผินมันดูเหมือนเป็นการทลายกำแพงให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสได้เท่ากัน แต่ก่อนที่คุณจะรีบกระโดดใส่ ฉันอยากให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างหุ้นแบบ tokenized กับตราสารอนุพันธ์ (derivatives) ให้ชัดก่อน เพราะจุดนี้แหละที่จะบอกว่าคุณได้เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทจริงๆ หรือแค่กำลังวางเดิมพันกับราคาหุ้นเท่านั้น ซึ่งเราเคยเขียนเรื่อง กลยุทธ์ Tokenization ไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน
Bybit กำลังเปิดตัวแพลตฟอร์มที่ให้นักลงทุนรายย่อยที่ผ่านเกณฑ์สามารถจองซื้อหุ้น IPO ในรูปแบบ tokenized ได้ตามราคาเสนอขาย โดยเป้าหมายใหญ่ตัวแรกคือ SpaceX แทนที่คุณจะต้องไปเปิดบัญชีโบรกเกอร์เฉพาะทางหรือต้องเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีทรัพย์สินสูง (accredited investor) คุณสามารถใช้ยอดเงินคริปโตในพอร์ตเพื่อขอถือโทเคนที่แทนมูลค่าของ IPO นั้นได้เลย
จากประสบการณ์ของฉัน เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ที่เห็นได้ชัดในช่วงนี้ เหมือนกับที่เราเคยวิเคราะห์เรื่อง การทำ Tokenization ของหลักทรัพย์ในธนาคาร ที่เริ่มกลายเป็นเรื่องจริงสำหรับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ และตอนนี้เว็บเทรดแบบ Centralized กำลังพยายามดึงประสิทธิภาพแบบ "on-chain" มาให้คนทั่วไปได้ใช้
ตรงนี้แหละที่เริ่มงง ถ้าคุณเคยเทรดใน Bybit คุณคงคุ้นเคยกับ Perpetual ซึ่งมันคือตราสารอนุพันธ์ มันเป็นสัญญาที่วิ่งตามราคาของสินทรัพย์ แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริงๆ สมมติคุณซื้อ BTC Perpetual คุณไม่ได้มี Bitcoin เก็บไว้ในตู้เซฟ แต่คุณมีสัญญาที่จะจ่ายเงินให้คุณถ้าราคา BTC พุ่งขึ้น
แต่หุ้นแบบ tokenized ในทางทฤษฎีจะต่างออกไป การทำ tokenization คือการเปลี่ยนสินทรัพย์ในโลกจริงให้กลายเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน ซึ่งตามหลักการแล้ว หุ้น tokenized ควรจะแทนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหุ้นจริงๆ โดยจะมีผู้ดูแลสินทรัพย์ (custodian) เป็นคนถือหุ้นตัวจริงไว้ในบัญชีโบรกเกอร์ดั้งเดิมในนามของคุณ
จุดที่ต่างกันชัดๆ คือ:
ฉันตื่นเต้นกับเทคโนโลยีนะ แต่เรื่องการนำมาใช้จริงมักทำให้ฉันกังวลเสมอ เวลาที่คุณซื้อหุ้น IPO แบบ tokenized ผ่านเว็บเทรด คุณไม่ได้ซื้อหุ้นโดยตรงจากบริษัท แต่คุณกำลังซื้อโทเคนที่ออกโดยบุคคลที่สาม ซึ่งเขา "อ้าง" ว่าถือหุ้นนั้นไว้ให้คุณ
สิ่งนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านคู่สัญญา (counterparty risk) ถ้าคนออกโทเคนเจ๊ง หรือเกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายว่าใครคือเจ้าของหุ้น SpaceX ตัวจริง โทเคนที่คุณถืออยู่อาจกลายเป็นแค่โค้ดที่ไม่มีค่าอะไรเลย มันคล้ายกับความเสี่ยงที่เราเคยเห็นในสินทรัพย์สังเคราะห์ (synthetic assets) สมัยก่อน คือคุณต้องเชื่อใจเว็บเทรดและพาร์ทเนอร์ของเขาว่าจะรักษา "peg" หรือมูลค่าให้ตรงกับหุ้นจริงได้ตลอด
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงคือบรรยากาศตลาด ตอนนี้ Fear & Greed Index อยู่ที่ 16 ซึ่งคือสภาวะกลัวสุดขีด (extreme fear) แถม NASDAQ วันนี้ร่วงไปเกือบ 5% การเปิดตัวโปรดักต์ที่สร้างกระแสได้แรงอย่าง IPO ของ SpaceX ในช่วงที่ตลาดกำลังเลือดสาดแบบนี้ เป็นมุกคลาสสิกที่เอาไว้ดึงความสนใจเทรดเดอร์ให้ลืมแท่งเทียนสีแดง
ฉันคิดว่าการทำ tokenized IPO เป็นวิธีที่ดีในการกระจายโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึงบริษัทที่ปกติจะปิดประตูใส่ทุกคนที่ไม่ได้เป็นเศรษฐี แต่คุณต้องเข้ามาแบบลืมตาตื่น
ถ้าคุณกะจะใช้สิ่งนี้เพื่อสร้างพอร์ตระยะยาวจริงๆ ฉันแนะนำให้เช็กรายละเอียดตัวเล็กๆ ในสัญญาว่าใครเป็นคนดูแลสินทรัพย์ (custodian) แต่ถ้าคุณแค่อยากเทรดความผันผวนของหุ้นตัวใหม่ Bybit ก็ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในเรื่องสภาพคล่องอยู่แล้ว แค่อย่าสับสนระหว่าง "หุ้นโทเคน" กับ "สิทธิ์ทางกฎหมายในการเป็นเจ้าของบริษัท" ก็พอ
สุดท้ายแล้ว เทคโนโลยีมันวิ่งเร็วกว่ากฎหมายเสมอ จนกว่าเราจะมีมาตรฐานโลกที่ยอมรับว่าโทเคนเหล่านี้มีผลทางกฎหมายในศาลอย่างไร คุณก็ต้องเชื่อคำพูดของแพลตฟอร์มว่าโทเคนของคุณนั้น "จริง" สำหรับฉัน ความเสี่ยงระดับนี้ฉันจะใช้เฉพาะเงินที่ฉันยอมเสียได้เท่านั้น
Sigrid Voss
นักวิเคราะห์และนักเขียนด้านคริปโตเคอร์เรนซี ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องแนวโน้มตลาด กลยุทธ์การซื้อขาย และเทคโนโลยีบล็อกเชน
Bitcoin ETF เจอแรงเทขายหนัก เงินไหลออกกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนนี้ ซึ่งขัดกับภาพจำเรื่อง "กำแพงเงินทุน" (wall of…

การพุ่งขึ้นของวอลลุ่มเทรดแบบใช้ Leverage ถึง 7.63 แสนล้านดอลลาร์ กำลังบดบังการฟื้นตัวของตลาดที่อาจจะอันตราย…

สรุปภาพรวมตลาดคริปโตวันนี้ ราคาดูเหมือนจะฟื้นตัวแต่สวนทางกับความรู้สึกนักลงทุนอย่างสิ้นเชิง เมื่อดัชนี Fear and Greed…

เหตุการณ์ Binance โดนแฮกครั้งใหญ่และการที่ JuCoin ระงับการถอนเงิน ย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเก็บคริปโตไว้ในกระดานเทรด…